ิงๆ หรือ?”“จริง” หลินถิงยัดพุทราหวานลูกหนึ่งใส่ปากนางทันที“อื้อ…” ต้วนซินหนิงกัดเข้าดังกร๊วบนางถาม “หวานหรือไม่?”พุทราหวานชื่นใจยิ่งนัก ต้วนซินหนิงก้มหน้าบดเคี้ยว กลืนลงคอไป แล้วป้อนพุทราให้หลินถิงกลับบ้าง ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสขึ้นเห็นได้ชัด“หวาน เจ้าก็กินด้วยสิ”ไม่นาน จื่อหลานกลับมา พร้อมกับถือจดหมายฉบับหนึ่งมาด้วย “คุณหนูเจ้าคะ จดหมายนี่เป็นคุณชายเซี่ยฝากให้บ่าวมามอบให้คุณหนูเจ้าค่ะ”ต้วนซินหนิงลุกพรวด แต่ก็รู้สึกว่าตนเองใจร้อนเกินไป รีบเหลือบตามองหลินถิงหลินถิงไม่อยากรบกวนสองหนุ่มสาวให้ร่ำลาความในใจ จึงชิงลุกหนี“ข้านึกขึ้นได้ว่ายังมีธุระ ต้องขอลาก่อนแล้ว”ต้วนซินหนิงจับจดหมายในมือ แต่ก็ยังเสียดาย “อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือ?”“ข้ามีเรื่องจริงๆ ต้องไปแล้ว” หลินถิงรู้อยู่เต็มอกว่านางคงอยากเปิดอ่านจดหมายเต็มที แต่ติดตรงที่มีนางอยู่เลยยังไม่กล้า“เช่นนั้น…วันมะรืนคือเทศกาลชมดอกบัว เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่?”“แน่นอนอยู่แล้ว” นางตอบโดยไม่ต้องคิดตอนที่ต้วนซินหนิงมาส่งหลินถิงที่หน้าจวน นางแกล้งเอ่ยถึงต้วนหลิงราวกับไม่ได้ตั้งใจ เพื่อจะสืบเรื่องของเขา ซึ่งก็ได้ข้อมูลบางส่วนมาจากปากของต้วนซินหนิงเช่นกันเมื่อเดินพ้นประตูไม้ประดับโค้งผ่านสะพานน้ำ ก็ใกล้ถึงหน้าประตูจวนต้วน หลินถิงเห็นเงาคนผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตู ชายหนุ่มมัดผมด้วยผ้าผูกผมสีดำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แววตาดูเหมือนอ่อนโยน สวมชุดแขนกว้างคาดเ