นกต้วนหลิงขยับนิ้วอย่างอดกลั้น ตั้งใจจะปัดออก แต่หลินถิงกดตัวลงในจังหวะนั้น ลมหายใจนางเป่าผิวเขา แล้วกลิ้งออกไปด้านข้าง นอนอยู่เคียงข้างเขา แม้แยกออกจากกันแล้ว แต่ก็ยังใกล้ชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ชายกระโปรงและอาภรณ์ยังซ้อนทับกันนางไม่มั่นใจว่านักฆ่าที่ลอบสังหารต้วนหลิงจะยังยิงธนูมาหรือไม่ จึงยังไม่ออกจากใต้รถดอกไม้ เงยหน้ามองไปด้านนอกต้วนหลิงกลับไม่ระวังตัวเช่นนาง เขาลุกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แหงนมองไปยังหอสูงหน้าต่างหอเปิดกว้าง คนจำนวนไม่น้อยยื่นคอมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปราชาชนธรรมดาไม่กล้ายุ่งเรื่องใหญ่ แต่ผู้มีอำนาจบนตึกสูงไม่เกรงกลัว จึงยากจะบอกได้ว่าธนูมาจากที่ใดเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังลั่นบนถนนฝั่งตะวันตก องครักษ์เสื้อแพรมาถึง พวกเขาก้าวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยคุกเข่าคำนับ “ใต้เท้า ข้าน้อยมาช้า โปรดลงโทษด้วยขอรับ”ฝนยังคงกระหน่ำ น้ำฝนสาดใส่ใบหน้า ทำให้ยากที่จะลืมตาต้วนหลิงละสายตา กลับไปมองจุดที่นางคณิกาเคยล้มลง บัดนี้ว่างเปล่า ทั้งนางคณิกา เซี่ยอู่ และบุรุษปริศนาล้วนหายไปหมดสิ้นธนูพวกนั้นเพื่อช่วยให้พวกเขาหนี หรือมุ่งหวังชีวิตเขากันแน่ ต้วนหลิงหลุบตาลง ถามอย่างอ่อนโยนว่า “เหตุใดจึงมาช้า”ขณะกล่าว เขาไม่ได้มองพวกเขาเลย เขาแทบไม่เคยดุด่าองครักษ์เสื้อแพร เขาเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการที่อารมณ์ดีที่สุดในสายตาพวกเขาพวกองครักษ์เสื้อแพรตอบเสียงต่ำ “ขณะเดินทางมา มีคนก่อความวุ่นวายบนถน