น เสียเวลาเล็กน้อยขอรับ”เขาถามต่อว่า “เป็นผู้ใดก่อเรื่อง?”องครักษ์เสื้อแพรไม่กล้าปิดบัง “พวกข้าน้อยรีบร้อน จึงยังไม่ได้สืบให้แน่ชัด หากใต้เท้าประสงค์จะทราบ จะส่งคนไปสืบทันทีขอรับ”ต้วนหลิงยิ้มบาง โน้มตัวเก็บดอกถานหุ้ยที่หล่นจากรถเพราะฝนปลิว ปลายนิ้วลูบดอกไม้ชุ่มน้ำเบาๆ แล้วบดจนเละ น้ำจากดอกไม้ย้อมนิ้วเขาเป็นสีแดง แต่ก็ถูกฝนชะล้างจนหมดเขาวางดอกไม้ซึ่งไร้กลีบไว้บนรถดอกไม้ กล่าวอย่างเนิบช้าว่า “เรื่องนั้นพักไว้ก่อน ไปสืบให้ข้าว่าในวันนี้ผู้ใดอยู่บนหอทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของถนนฝั่งตะวันตกบ้าง”“พวกข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง” เสียงรับคำของเหล่าองครักษ์เสื้อแพรดังขึ้นพร้อมกันทันใดนั้นเหล่าองครักษ์เสื้อแพรพลันมองเห็นบุรุษหนึ่งคลานออกมาจากใต้เกี้ยวบุปผาหาใช่บุรุษไม่ หากแต่เป็นสตรี แน่ชัดว่านั่นคือหลินถิง นางมั่นใจว่าด้านนอกไร้ภัยอันใดจึงโผล่ออกมา จะให้นอนแอ้งแม้งอยู่ใต้เกี้ยวบุปผาต่อไปทำไมกัน หรือว่านางเป็นพวกชื่นชอบความเจ็บปวดเล่า?เมื่อเหลือบเห็นองครักษ์เสื้อแพร หลินถิงยังมีน้ำใจโบกมือให้เป็นเชิงทักทายอย่างเป็นมิตรในกลุ่มองครักษ์เสื้อแพรนี้ มีหลายคนที่เคยเห็นนางมาก่อนจึงจำได้ รีบยื่นมือห้ามไม่ให้สหายร่วมแถวที่เข้าใจผิดคิดว่านางมีเจตนาร้ายชักดาบออกมา หลินถิงเดินอ้อมมาอยู่ด้านหลังของต้วนหลิงขณะนั้นองครักษ์เสื้อแพรผู้หนึ่งถามขึ้นว่า “ท่านรองผู้บัญชาการ ทางทิศตะวันตกของถนนเพิ่งเกิดเหตุอันใดขึ้นหรือข