เสียงขลุ่ยและกลองดังขึ้นพร้อมกัน เกี้ยวบุปผาที่บรรทุกคุณหนูแห่งหอบุปผากำลังมุ่งหน้าไปยังถนนตะวันออกใกล้จะออกจากถนนตะวันตกแล้วกลิ่นคาวเลือดทำให้ความคิดของหลินถิงถูกเบี่ยงเบนไป นางไม่ได้มองดูขบวนต่อ นางรับรู้กลิ่นไวเป็นพิเศษ ไม่นานก็หาที่มาของกลิ่นเลือดเจอเป็นข้อมือของต้วนหลิง“ท่านบาดเจ็บหรือ? ตั้งแต่เมื่อใด?” นางก้มหน้ามอง เห็นว่าแถบข้อมือของเขาสีเข้มขึ้น น่าจะเปียกชุ่มไปด้วยโลหิตต้วนหลิงแน่นอนว่าไม่คิดจะบอกนาง ว่าบาดแผลที่ข้อมือเกิดจากเขากรีดมันเอง แล้วมันเพิ่งฉีกออกมาอีกครั้งเขาไม่ได้ตอบ แต่กลับชักดาบซิ่วชุนเตาที่ข้างเอวออกมา เสียงคมดาบกังวานแว่วชัด ภายในพริบตาก็พุ่งผ่านหมู่คนไป แทงเข้าใส่พุ่มดอกไม้ด้านหลังคุณหนูแห่งหอบุปผาคมดาบที่ฟาดฟันฉับพลันนี้ทำเอาผู้คนรอบด้านส่งเสียงอุทานตกใจ ต่างก็ถอยห่างไปหลายก้าว หลินถิงเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงมองไปยังพุ่มดอกไม้ที่ถูกปักดาบเข้าไป มีโลหิตหยดลงบนรถบุปผาตามแนวคมดาบชาวบ้านตื่นตระหนกกล่าวขึ้นว่า “เลือด! หรือว่าในพุ่มดอกไม้จะมีคนซ่อนอยู่?”ทุกคนทั้งกลัวทั้งอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงไม่คิดจะหาที่หลบ ยังคงยืนดูห่างๆ อย่างระมัดระวังพุ่มดอกไม้ค่อยๆ คลี่ออก ราวกับดอกไม้บานจริง หากแต่ไม่ใช่เกสรอยู่ภายใน แต่เป็นบุรุษผู้หนึ่งยังมีชีวิตอยู่คุณหนูแห่งหอบุปผากับบุรุษข้างกายมิได้แสดงอาการตกใจ เพียงแต่สีหน้าของทั้งสองกลับเคร่งเครียดนักหลินถิงเองก็เหม