ือนกับคนทั่วไปในยามนี้ จ้องมองบุรุษในพุ่มดอกไม้อย่างสนใจใคร่รู้เขาเป็นบุรุษหนุ่ม ใบหน้าตอบซูบโซม เบ้าตาลึกเข้าไปเล็กน้อย ริมฝีปากซีดขาวแตกแห้ง แม้จะดูอิดโรยรันทดถึงเพียงนี้ ก็ยังไม่อาจกลบความงามสง่าและท่าทางสูงส่งได้อาภรณ์ของเขาเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดและฝุ่นโคลนจนมองไม่ออกว่าเดิมทีเป็นสีใด มือทั้งสองเหมือนผ่านการทรมานมา ข้อนิ้วเคลื่อนผิดตำแหน่ง เล็บหลุดหมด เลือดสดไหลริน เนื้อหนังฉีกขาดเผยให้เห็นถึงความปวดร้าวหากแต่บาดแผลเหล่านี้นับว่ายังเบา แผลสาหัสแท้จริงอยู่ตรงบั้นเอว บริเวณเอวของเขามีลูกธนูสั้นปักอยู่ ยังมิได้ถูกถอนออกมา คาดว่าเป็นเพราะรีบร้อนจะหนีออกจากเมือง ไม่มีเวลาห้ามเลือด กลัวว่าถ้าถอนออกจะเสียเลือดตาย จึงต้องปล่อยคาไว้อย่างนั้นและเมื่อครู่ ต้วนหลิงก็เพิ่งเติมบาดแผลใหม่ให้เขาอีกแผลหนึ่ง ดาบซิ่วชุนเตาที่ปักเข้าไปในพุ่มดอกไม้ได้เสียบเข้าไปยังไหล่ของบุรุษผู้นั้น เลือดที่ไหลออกมาจึงมาจากแผลนี้เองหลินถิงมิกล้ามองตรงๆ เพียงแค่จินตนาการว่าแผลเหล่านี้อยู่บนตัวตนเองก็เจ็บแทบใจจะขาดแล้วเขาเป็นใครกันแน่?ที่ต้วนหลิงกล้าชักดาบฟันพุ่มไม้เช่นนี้ คงเพราะจากเบาะแสบางอย่างทำให้เขาคาดเดาได้ว่าในนั้นมีคนซ่อนอยู่และน่าจะเป็นคนที่มีความผิดติดตัว ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าชักดาบทำร้ายต่อหน้าฝูงชนในหัวของหลินถิงผุดภาพการสนทนาเมื่อตอนเช้าระหว่างหน่วยกองกำลังพิเศษกับต้วนหลิงขึ้นมา: “คนของสกุลเซี่ยยังมีช