ที่หลินถิงจะขัดขืนได้ด้วยตนเอง นางจึงกลายเป็นหนึ่งเดียวกับฝูงชนไม่ต่างจากผู้โดยสารบนรถเหล็กแห่งยุคปัจจุบันที่แออัดแน่นขนัด ขาทั้งสองข้างแทบไม่ใช่ของตนเองแล้วนางมีวิชาติดตัวบ้างเล็กน้อย แต่ไม่อาจฝืนกระแสคลื่นมหาชนได้แม้แต่น้อย! จะให้ใช้ยาสลบที่พกติดตัวยามฉุกเฉินกับชาวบ้านทั้งถนนก็มิใช่เรื่องที่ควรนัก การใช้ยาต่อผู้บริสุทธิ์กลางถนนเช่นนี้เกรงว่าจะต้องเข้าไปรับโทษในที่ว่าการ อีกอย่างนางก็มิได้พกยามามากถึงเพียงนั้นด้วย ท้ายที่สุดแล้ว หลินถิงก็ถูกกระแสฝูงชนพัดพาไปยังทิศตรงกันข้าม มุ่งสู่จุดที่ผู้คนกำลังมุงดูขบวนอวดโฉมของบุปผางามเมื่อหันกลับไปมอง แม้แต่เงาของต้วนหลิงก็มิอาจเห็นได้แล้ว เกรงว่าเขาคงจะกลับกองกำกับการไปก่อนเรียบร้อยแล้วกระมัง ถึงอย่างไรเสียก็มิจำเป็นต้องให้ตนส่งอยู่แล้ว เขาก็สามารถกลับเองได้ นางคิดพลางขบกรามแน่นเจ็บใจที่เสียทีพลาดโอกาสสำคัญ ในเมื่อพลาดแล้ว หลินถิงก็พลันยอมปล่อยวาง ยกมือเช็ดเหงื่อที่ไหลจากหน้าผากแล้วหันไปดูความครื้นเครงเบื้องหน้าแทนขบวนเกี้ยวบุปผาที่ประกอบขึ้นจากไม้แดงอย่างวิจิตรงดงาม เคลื่อนตัวมาช้าๆ นำขบวนด้วยม้าสองตัว ด้านหลังยังมีนักดนตรีตามมาเป่าเครื่องสายอ่อนหวานเกี้ยวบุปผานั้นโปร่งตลอดทั้งสี่ด้าน ขอบราวผูกผ้าไหมบางพริ้วไหวดั่งสายหมอก ด้านหลังประดับด้วยลูกบอลดอกไม้ที่อัดแน่นนับหมื่นพันกลีบ ในใจกลางที่ยืนอยู่คือนางคณิกาอันดับหนึ่งตามคำร่ำลือหลินถิงมองผ่า