นเกี้ยว เห็นหญิงงามบนเวทีก็จ้องมองตาไม่กระพริบ นางคณิกาอันดับหนึ่งประดับปิ่นทองและหยกบนศีรษะ หน้าปิดด้วยผ้าคลุมบางสีม่วง หน้าผากแต้มฮวาเตี้ยน เสื้อคลุมบางพริ้วระย้า ทั้งข้อมือและเอวเต็มไปด้วยเครื่องประดับกรุ๊งกริ๊ง นางร่ายรำบนเกี้ยวอย่างอ่อนช้อยราวเมฆาเคลื่อนเสียงโห่ร้องยินดีจากฝูงชนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ นางคณิกาอันดับหนึ่งปรายตามาด้วยแววตาเย้ายวน มือข้างหนึ่งถือดอกไม้ อีกข้างแหวกผ้าคลุมออกอย่างช้าๆ เผยโฉมล่มเมือง ใบหน้ารูปไข้ ผิวพรรณดั่งหิมะ ตาสีฟ้าราวน้ำทะเล ผมสีทองราวแสงตะวัน นางคือหญิงชาวต่างแดน หลินถิงที่ก่อนหน้านี้ยังซึมเซาจากความผิดหวัง บัดนี้กลับรู้สึกตื่นตะลึงกับความงามนั้น ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไม่วางตางานเยี่ยงนี้นางเคยพบสองสามหนยามมาซื้อผ้าที่ถนนสายนี้ แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกพิเศษอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างนาง มองนางตาค้างนึกว่านางเป็นผู้มาใหม่ที่ไม่เคยเห็นอะไรทำนองนี้มาก่อน เมื่อแลไปเห็นว่านางงดงามไม่แพ้นางคณิกาอันดับหนึ่ง กลับยิ่งมีเสน่ห์น่ามองกว่าหลายส่วน เขาจึงเกิดใจคิดอยากผูกไมตรี ทักขึ้นด้วยเสียงสุภาพว่า“แม่นางมาครั้งแรกหรือ? ที่นี่ทุกเดือนจะมีขบวนนางคณิกาแห่เช่นนี้”หลินถิงพยักหน้าอย่างขอไปที ชายผู้นั้นยิ่งยืดอกพลางกล่าวต่ออย่างภาคภูมิว่า “นางคณิกาจะอยู่เพียงครึ่งชั่วยาม แล้วจะไปต่อยังถนนตะวันออก จากนั้นก็ออกนอกเมือง ว่ากันว่าแค่การเดินหนึ่งรอบ ก็สามารถก