่างรวดเร็ว“ข้ามีเรื่องสำคัญยิ่งที่จะพูดกับท่าน แต่ดูท่าไม่เหมาะจะเอ่ยในที่นี้ ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านรองผู้บัญชาการพอจะมีเวลาอยู่หรือไม่?”ทหารองครักษ์ที่ติดตามต้วนหลิงอยู่เหลือบตามองนาง ก่อนจะโน้มตัวมากระซิบข้างหูเขาไม่กี่คำ แม้จะพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่หลินถิงอยู่ใกล้เกินกว่าจะไม่ได้ยิน นางจับคำพูดได้บางส่วน“คนของสกุลเซี่ยยังมีชีวิตอยู่”“ค้นหาทั่วเมือง”“ผู้ตรวจการแห่งกรมราชทัณฑ์ ท่านจางซวินฟ้องร้อง”เมื่อเช้านี้นางเพิ่งได้ยินมารดา หลี่ซื่อ พูดถึงสกุลเซี่ยกับบุรุษนามจางซวิน ความรู้สึกต่อถ้อยคำเหล่านี้จึงไวเป็นพิเศษ แต่ถึงกระนั้นนางก็รู้ดีว่าตนไม่ควรก้าวก่ายเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ความอยากรู้อยากเห็นมักจะนำภัยมาให้ต้วนหลิงเองก็หาได้ปิดบังหลินถิง หรือบางทีอาจเพราะไม่เห็นว่าสตรีเช่นนางจะมีพิษสงอันใดจึงไม่คิดจะปิดบังด้วยซ้ำ“คนหนีไปจากตรอกฉางซิง อีกทั้งยังบาดเจ็บสาหัส คงหนีไปได้ไม่ไกล เจ้านำกำลังสองกองไปค้นทุกเรือนทีละหลัง”องครักษ์รับคำแล้วถอยออกไป “ขอรับ”ครั้นแล้วต้วนหลิงจึงหันกลับมาตอบคำถามของหลินถิง “ในเมื่อไม่สะดวกจะพูดที่นี่ เช่นนั้นคุณหนูเจ็ดอยากไปที่ใดเล่า? ข้าจะตามไป”หลินถิงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ “หอหนานซาน”พอเห็นเขาไม่ตอบ นางจึงเอ่ยย้ำอีกครั้ง “ไปที่หอหนานซาน……ได้หรือไม่?”ต้วนหลิงมองแววตาสุกใสของนาง ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ “ได้”