่าวว่าหลินถิงล้มจากม้า ก็รีบให้เซี่ยจื่อม่อช่วยประคองลงจากหลังม้า เร่งฝีเท้าเดินมา ครั้นเห็นหลินถิงปลอดภัยนั่งอยู่ก็โล่งอก“เล่ออวิ๋น” นางเรียกชื่อรองของหลินถิง พลางเอ่ยถามเสียงเบา “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”หลินถิงตอบด้วยถ้อยคำเดียวกับที่บอกเถาจู ไม่มีเปลี่ยนสักคำ พร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ “เป็นเพราะข้าไม่ระวังเองเจ้าค่ะ”หากไม่ใช่นางเป็นผู้ชวนหลินถิงมาฝึกขี่ม้าในวันนี้ หลินถิงคงไม่ต้องตกใจเช่นนี้ ต้วนซินหนิงรู้สึกผิดนัก ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำ “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว……ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว…”ต้วนหลิงก้มมองพุ่มหญ้าที่หลินถิงล้มทับไว้จนยุบลง เหลือร่องรอยอยู่ชัดเจนเซี่ยจื่อม่อพลันเหลือบมองต้วนหลิง สีหน้าราวกับครุ่นคิดบางอย่าง ขณะที่เขากำลังสอนขี่ม้าให้ต้วนซินหนิงอยู่นั้นบังเอิญหันไปเห็นหลินถิงวิ่งมาทางต้วนหลิง หลังลงจากหลังม้า แต่ต้วนหลิงกลับเบี่ยงตัวหลบด้วยฝีมือของต้วนหลิงแล้ว หากจะช่วยหลินถิงไม่ให้ล้ม คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก แต่เขากลับมิได้ทำเช่นนั้น สาเหตุเพราะไม่ทันตั้งตัว หรือเพราะเข้าใจผิดว่าหลินถิงจะวิ่งไปหาคนด้านหลังของตน เลยหลบทางให้?คิดถึงตรงนี้ เซี่ยจื่อม่อถึงกับหัวเราะกับตนเอง- “ที่ว่าหลบให้เพราะหวังดีเนี่ยนะ เป็นไปได้ยังไง?”เสียงหัวเราะนี้เองทำให้ต้วนซินหนิงหันกลับมามองด้วยสายตาประหลาดใจ เข้าใจผิดว่าเขากำลังหัวเราะเยาะความเปิ่นของหลินถิง จึงรู้สึกเสียความรู้สึกนัก ความชื่นชมที่มีต่อเขาถอยลงทันทีท