การเรียนขี่ม้า ขั้นแรกสุดย่อมหนีไม่พ้น “ขึ้นม้า” หากแม้แต่ขึ้นยังขึ้นไม่ได้ แล้วจะพูดถึงการขี่ได้อย่างไร หลินถิงยืนอยู่ทางด้านซ้ายของม้า สายตาจับจ้องไม่วาง ทั้งด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นม้าเป็นครั้งแรก และความตึงเครียดจากการเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ กลัวตนจะทำพลาด จึงละทิ้งภารกิจไว้ชั่วคราวเมื่อเทียบกับท่าทีของนางแล้ว ต้วนหลิงกลับดูสงบเย็นดังเดิม องครักษ์เสื้อแพรมักได้รับภารกิจให้ไล่ล่าเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งฝ่ายตรงข้าม พวกเขาจึงจำต้องใช้วิธีการสารพัด ฆ่าคน ฆ่าม้า ล้วนเป็นเรื่องปกติเขาเคยขี่ม้ามานักต่อนัก เคยยิงม้าจนสิ้นใจมาไม่น้อย เคยเห็นร่างของมันกระตุกดิ้น เจ็บปวดทรมาน ร้องเสียงอ่อนปานจะขาดใจ บางตัวยังมีน้ำตาไหลออกมา ท้ายที่สุดขาทั้งสี่อ่อนแรงล้มลง สู่ความตายโดยหลีกเลี่ยงมิได้ต้วนหลิงไม่รู้สึกอะไรกับความตายของมนุษย์ และยิ่งไร้ความรู้สึกกับความตายของม้า เมื่อเห็นหลินถิงยืนอยู่ข้างม้า ลังเลไม่กล้าขึ้นไป เขาจึงส่งบังเหียนม้าให้ “คุณหนูเจ็ดขึ้นมาเถิด”นางยื่นมือไปรับ ปลายนิ้วเผลอสัมผัสกับเขา ต้วนหลิงเหลือบมองผิวที่แตะกัน ก่อนจะชักมือกลับอย่างไม่รีบร้อน“เท้าซ้ายเหยียบโกลน มือจับตัวม้า ใช้แรงเล็กน้อยก็พอ”“ได้เจ้าค่ะ”หลินถิงทำตามที่เขาบอก แต่ก็ขึ้นไม่ได้ ม้าขยับตัวตลอด นางพยายามอยู่หลายครั้งไม่ยอมแพ้จนเหงื่อซึมหน้าผาก“ท่านต้วน ช่วยสาธิตให้ข้าดูสักครั้งได้หรือไม่”เดิมทีต้วนหลิงยืนมองอยู่เฉยๆ