พอได้ยินดังนั้นจึงก้าวขึ้นแทนที่นาง พลิกตัวขึ้นม้าขณะที่ม้ายังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ร่างเขานั่งมั่นบนอาน ขายาวเหยียบโกลนอย่างมั่นคงเขาไม่ได้อยู่บนหลังม้านานนัก พอขึ้นเสร็จก็ลงมาทันที เปิดโอกาสให้นางฝึกเอง หลินถิงอาศัยช่วงที่เขาลงจากม้าลอบชำเลืองมองช่วงเอวของเขา ริ้วเข็มขัดสีชาดรัดแนบช่วงเอวได้รูป มองจากด้านข้างหรือด้านหน้าก็ดูแข็งแรงทรงพลังเพียงชั่วพริบตาเดียว หลินถิงเกือบเผลอโผกอดเขาจากด้านหลังเสียแล้ว ขณะที่เขาหันหลังให้ นับเป็นจังหวะเหมาะยิ่งที่จะกอด แต่การกอดจากด้านหลังนั้นชวนให้รู้สึกคล้ายแสดงความในใจเกินไป นางกลัวว่าจะรับผลของการกระทำไม่ไหว จึงอดกลั้นไว้นางหันหน้าหนีเพื่อฝืนใจไม่ให้สายตาไหลไปรอบเอวของเขาอีก ทว่าในตอนนั้นเอง ต้วนหลิงหันมาพอดี เขาจับจ้องเห็นแวบสุดท้ายของสายตานางที่มองเอวเขาโดยบังเอิญ เขาก้มลงมองเอวของตนตามสัญชาตญาณ มีเพียงถุงหอมหนึ่งใบ หยกหนึ่งชิ้น และมีดสั้นอันหนึ่งเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดพิเศษแต่สายตานางเมื่อครู่กลับราวกับปรารถนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า เขาเคยเผชิญนักโทษมานับไม่ถ้วน โดยเฉพาะตอนสอบสวน มักชอบจ้องตาพวกเขาเพื่อจับอารมณ์ความคิดว่าเป็นความกลัว ความชัง หรือไม่ยอมศิโรราบไม่ว่าผู้คนจะปิดบังความรู้สึกได้ดีเพียงใด แต่สายตาย่อมไม่อาจโกหก และเขาก็เชื่อในสัญชาตญาณของตนที่แทบไม่เคยพลาดฉะนั้น……หลินถิงอยากได้อะไร? ถุงหอม? หยก? หรือมีดที่ใช้ฆ่าคน?ต้วนหลิงกร