สายลมพัดพลิ้วเงาไม้ไหว ภายในลานเรือนเงียบงันไร้แม้แต่เสียงนกกา มีเพียงเสียงแมลงครางเบาๆ เจือความเงียบให้ไม่อึดอัดจนเกินไปโลหิตไหลซึมจากหางตา แทรกเข้าสู่ดวงเนตรของหลินถิงทีละน้อย แววตาของนางย้อมด้วยสีแดงฉาน มองสิ่งใดก็มืดมัว แม้แต่ใบหน้าของต้วนหลิง……ก็มองไม่ชัดแล้วแม้นางจะมองไม่เห็นใบหน้าเขา แต่เขากลับมองนางได้อย่างชัดเจน ผมเผ้าของนางยังคงเป็นทรงเกล้ามวยคู่เช่นเมื่อแรกเห็น ยามออกเดินทางจึงปลดเครื่องประดับทั้งหมดออก เหลือเพียงริ้วผ้าไหมสีเหลืองอ่อนพันไว้ที่สองข้าง ทอดปลายลงตามเส้นผมดำขลับนุ่มสลวยต้วนหลิงเป็นผู้ความจำเป็นเลิศ จดจำได้ว่าคราแรกที่หลินถิงเหยียบย่างเข้าสู่จวนต้วน นางสวมชุดเสื้อกระโปรงสีเหลืองอ่อน เอวผูกผ้าโปร่งลายดอกปักด้วยไหมเงินและทอง แต่บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นชุดสาวชาวบ้านที่คนนิยมสวมใส่กันเส้นผมที่เปื้อนเลือดสะบัดผ่านกระโปรงหลินถิง ทิ้งคราบแดงคล้ำบนผืนผ้ายามรู้ว่าภายในตู้เสื้อผ้าใช่ว่าจะมีเพียงบุรุษผู้เดียว สีหน้าของเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลง เพียงงอนิ้วเคาะเบาๆ ที่มือจับก่อนจะเปิดประตูตู้ด้วยท่าทีสงบนิ่งร่างชายผู้นั้นที่ไร้ชีวิต เมื่อไม่ถูกแผ่นไม้ใดขวางกั้น ก็กลิ้งหลุนๆ ออกมาตรงหน้าในทันที ต้วนหลิงหาได้มองร่างไร้วิญญาณที่ปลายเท้า หากแต่มองหญิงสาวที่ยังหมอบอยู่ในตู้แทน เสียงของเขาฟังดูอ่อนโยนดั่งธารใส จนยากจะแยกแยะอารมณ์ใดไว้ในคำพูด คล้ายแฝงความแปลกใจ“คุณหนูเจ็ด?”“เหตุใดเจ้าจึ