ไม่นานนักก็ถึงยามห้ามออกข้างนอก ผู้คนบนถนนค่อยๆ บางตาลง โคมไฟข้างทางก็ดับไปเกินครึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวแสงสว่างพลันหม่นมัวลงอย่างฉับพลัน เงาร่างสองสายซ้อนทับกันในห้วงขณะหนึ่งอย่างเลือนรางหลินถิงถือถุงกระดาษที่ใส่ถังหูลู่ไว้ในมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างยื่นไปจับมือของต้วนหลิงจากด้านหลัง นิ้วโป้งกดลงบนหลังมือของเขา อีกสี่นิ้วสอดเข้าระหว่างฝ่ามือ สัมผัสเข้ากับผิวที่แทบไร้ไออุ่นเสียงแจ้งเตือน “ภารกิจสำเร็จ” ดังขึ้นตามกำหนด แทรกเข้าสู่โสตประสาทของนาง ก่อนที่ต้วนหลิงจะผลักนางออกไป หลินถิงก็ชิงปล่อยมือเขาเสียก่อน ท่าทางคล้ายกับว่ายังมีคำพูดที่อยากจะเอ่ย ทว่าเพราะความตื่นเต้นจึงเผลอยื่นมือออกไป “ขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ”ต้วนหลิงปล่อยมือลง มือที่เคยถูกจับนั้นห้อยลงมาอย่างช้าๆ แขนเสื้อกว้างปกปิดผิวหนังที่ขึ้นสีแดงระเรื่อไว้หลินถิงกลัวว่าภารกิจจะไม่สำเร็จจึงจับเขาไว้แน่น ทว่าเขาผู้พำนักในคุกลับอันอับแสงมาเนิ่นนาน ผิวกายซีดขาวบอบบาง เพียงแรงบีบเล็กน้อยของนางก็ทิ้งรอยแดงประหนึ่งผ่านการทารุณบริเวณรอบข้างมืดสลัว หลินถิงเองก็มัวแต่มุ่งมั่นกับภารกิจ ไม่ทันสังเกต ย่อมไม่รู้ว่าตนนั้นทำให้มือของเขาแดงขึ้นมา นางมิได้ฉุกคิดถึงข้อนี้แม้แต่น้อย นางเตรียมตัวจะถอนตัวหลังภารกิจสำเร็จแล้วต้วนหลิงใช้นิ้วลูบเบาๆ ที่กลางฝ่ามือ ซึ่งยังหลงเหลือไออุ่นจากหลินถิง แววตากับเรียวคิ้วเผยแววขัดแย้งที่แทบมองไม่เห็น แต่เมื่อมองไปยังนา