แสงรุ้งเรื่อรางราวสายไหม ส่องทะลุม่านหมอกลงตรงหน้าต่างของเรือนถิงหลิง แม้ประตูหน้าต่างจะปิดสนิท แต่ภายในห้องยังคงมืดสลัว ข้างเตียงแขวนม่านโปร่งสีม่วงครามหลายชั้น ด้านในยิ่งมืดมิดดุจยามราตรีม่านโปร่งบดบังสายตา ทำให้ภายนอกได้ยินเพียงเสียงพลิกกายแผ่วเบาดังลอดออกมาเถาจูผลักประตูเข้ามา แวะมองเข้าไปด้านในผ่านม่านโปร่งอย่างเงียบงัน ก่อนจะย่องเบาไปเปิดหน้าต่างด้านที่รับแสงอรุณ แสงตะวันสาดส่องเข้ามา ทำให้ภายในห้องสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่จ้าจนแยงตาผู้คนที่อยู่ในม่านเมื่อคืนหลินถิงเข้านอนดึกมาก เถาจูไม่อยากรบกวนให้นางตื่น จึงเพียงแค่เปิดหน้าต่างให้ลมเช้าโชยเข้ามาแต่ยังไม่ทันที่เถาจูจะเดินออก มือหนึ่งกลับยื่นออกมาจากในม่าน ราวกับจะคว้าสิ่งใดไว้ก่อนที่เถาจูจะทันเดินไปดู ม่านโปร่งก็ถูกแหวกออกจากด้านใน หลินถิงโผล่ตัวออกมาครึ่งหนึ่ง หอบหายใจพลางมองมาทางนาง “เถาจู?”เถาจูตาไว ใจละเอียด เห็นเหงื่อเม็ดเล็กผุดบนหน้าผากของหลินถิง คิ้วขมวดแน่น ลมหายใจไม่เป็นจังหวะ เดาว่าคงฝันร้ายเข้าแล้ว จึงรีบเดินเข้าไปเปิดม่าน “ฝันร้ายหรือเจ้าคะ?”หลินถิงนั่งพิงขอบเตียงถอนหายใจ ใช้นิ้วกดขมับเบาๆ “อืม ฝันร้ายน่ะ”“ความฝันกับความจริงมักตรงข้ามกัน คุณหนูเจ็ดอย่าใส่ใจให้มากเลยเจ้าค่ะ” เถาจูเช็ดเหงื่อให้นาง แล้วเรียกสาวใช้อีกคนให้ยกน้ำเข้ามาล้างหน้าให้อย่างเบามือแสงแดดส่องจ้าขึ้นเรื่อยๆ หลินถิงเหลือบมองออกนอกหน้าต่าง แสงจ้