งกลับยังคงมีท่าทีสุภาพอ่อนโยนดังเดิม “เจ้ามีอะไรอยากพูดกับข้าอีกหรือไม่?”หลินถิงก้าวไปทางขวาสองสามก้าว ชี้ไปข้างหน้า “ส่งข้าแค่ตรงนี้ก็พอแล้ว ข้าเดินกลับเองตามถนนเส้นนี้ ท่านคือผู้บัญชาการแห่งองครักษ์เสื้อแพร ยังมีราชการของสำนักรออยู่”เขาไม่ได้ยืนกรานจะส่งนางกลับถึงเรือน “เช่นนั้น ตามที่คุณหนูเจ็ดกล่าวเถิด”หากไม่นับเรื่องอื่น การที่ต้วนหลิงยอมเดินมาส่งนางถึงที่ในคืนนี้ก็เป็นเรื่องที่หลินถิงรู้สึกขอบคุณแล้ว ด้วยมารยาท นางจึงปล่อยให้เขาเดินจากไปก่อน จ้องมองแผ่นหลังเขาจนลับตา แล้วค่อยจากไปโดยไม่หันกลับมาทว่าหลินถิงไม่รู้เลยว่า ระหว่างทางต้วนหลิงหันกลับไปมองนางแวบหนึ่ง เห็นนางวิ่งเหยาะๆ กลับไปทางจวนหลิน ถังหูลู่ในมือนางแกว่งไกวไปมาถังหูลู่ซึ่งเปรียบประหนึ่ง “ชะตากรรมอันยากลำบาก” นั้น เกือบถูกเหวี่ยงหลุดมืออยู่หลายครั้งหลินถิงวิ่งผ่านประตูใหญ่ของจวนหลินโดยไม่เข้าไป ยังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ใช้แขนเสื้อปิดปากปิดจมูก แล้วมุ่งหน้าไปยังประตูข้างอย่างรวดเร็ว ท่าทางนั้นดูชำนาญยิ่งนักจวนหลินมีกฎไม่ให้กลับจวนตอนกลางคืน ภายในเมืองมีการห้ามออกข้างนอกเริ่มตั้งแต่เริ่มตั้งแต่ขั่วที่ห้าของยามจอ ส่วนประตูใหญ่ของจวนหลินจะถูกลงดานตั้งแต่ต้นยามซวี เว้นแต่คุณชายที่เป็นขุนนางจึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าออกแต่เถาจูจะคอยแอบปลดกลอนเล็กของประตูข้างไว้ให้เมื่อนางไม่อยู่ เป็นการแอบเปิดทางให้ผลลัพธ์ก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้ ป