งอยู่ที่นี่?”หลินถิงพยายามขยับขาที่ชาไปทั้งสองข้าง ค่อยๆ พยุงตัวออกจากขอบตู้ที่ลื่นเพราะโลหิต แต่เพิ่งจะก้าวออกมาร่างก็พลันทรุดลงกับพื้น จะเพราะโลหิตไหลเวียนไม่สะดวกจากการหมอบนาน หรือเพราะตกใจจนขาอ่อนยามเห็นศพคนตายตรงหน้า ก็สุดจะบอกได้แม้จะอยู่ใกล้เพียงนี้ แต่ต้วนหลิงมิได้ยื่นมือมาประคองนางขึ้นแม้แต่น้อย เขาเพียงยืนมองเงียบๆ คล้ายพระโพธิ์สัตว์ผู้มีเมตตา ทว่าดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่แทรกซึมอยู่ในกระดูกและเลือดเนื้อหลินถิงนั่งอยู่บนพื้นนานเท่าไร เขาก็ยืนนิ่งอยู่ข้างนางนานเท่านั้น เหล่าองครักษ์ในชุดผ้าแพรหรูหราที่อยู่ด้านหลังเขามองหน้ากันไปมา เห็นท่าทีของต้วนหลิงแล้วก็ไม่กล้าชักดาบประจำตัวออกมาหลินถิงยังไม่ฟื้นคืนสติเต็มที่ ขนตานางสั่นระริก มองดูเลือดบนฝ่ามือ นับแต่ข้ามมาอยู่ในโลกนี้ นางเอาแต่คิดจะหาเงิน ไม่เคยพบเห็นผู้ใดตายอย่างสยดสยองต่อหน้าเช่นนี้มาก่อนนางรู้ดีว่าเหล่าองครักษ์ต้องเจอเลือดเป็นประจำยามจับกุมคนผิด แต่รู้กับเห็นด้วยตาตนเองคือคนละเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อนางเกือบตกเป็นเหยื่อของคมดาบนั้นด้วยต้วนหลิงเห็นหลินถิงยังคงไม่ลุกขึ้น จึงเรียกเสียงเบา “คุณหนูเจ็ด?”หลินถิงเผยอปากอยากเอื้อนเอ่ย ทว่าไอคาวเลือดลอยตามริมฝีปากเข้าสู่จมูก ทำเอานางหน้ามืดตามัว ภาพชายผู้นั้นที่ศีรษะแตก เลือดและสมองทะลักออกมาในสภาพตายตาไม่หลับผุดวาบขึ้นมาอีกครั้ง“อ๊วก……”นางอาเจียนออกมา ไม่มีแรงแม้แต่จะวิ่