งออกไปข้างนอก จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาอาเจียนอยู่ในห้องต่อหน้าต้วนหลิงและเหล่าองครักษ์ โดยไม่สนใจภาพลักษณ์ใดๆเหล่าองครักษ์ที่เคยผ่านการจับกุมและลงทัณฑ์ผู้ต้องหา มีสิ่งใดไม่เคยพบเจอ? เห็นหลินถิงอาเจียน พวกเขาก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆเมื่ออาเจียนเสร็จ หลินถิงมองต้วนหลิง กล่าวขอโทษเบาๆ “ข้าอดกลั้นไม่ไหวจริงๆ ขอโทษด้วย……”เขาหันหน้าครึ่งหนึ่งเข้าหาความมืด ด้านข้างของใบหน้าถูกกลืนด้วยเงา ตอบอย่างไม่ใส่ใจ“ครั้งแรกที่เจอภาพเช่นนี้ จะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ก็ไม่แปลก คุณหนูเจ็ดไม่ต้องโทษตนเอง”นางค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น หลังได้ระบายออกไป ร่างกายของหลินถิงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ต้วนหลิงก้าวออกจากห้องทิ้งไว้เพียงเงาแดงชาดยาวยืดหลินถิงไม่อยากอยู่เผชิญหน้ากับอาเจียนของตนเองกับร่างไร้วิญญาณ จึงตามเขาออกมา เหล่าองครักษ์ก็มิได้ขวาง อากาศภายนอกแม้จะมีกลิ่นอับบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าห้องที่ไม่ถ่ายเทอากาศ ภายใต้แสงจันทร์ นางเพิ่งรู้ตัวว่าร่างเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ เย็นเยียบไปทั้งตัว……เกือบไปแล้วจริงๆ หลินถิงยกมือแตะจี้ทองรูปเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่คล้องอยู่บนคอ ซ่อนใต้ปกเสื้อไว้แนบอกแน่น ก่อนตัดสินใจว่า……กลับถึงเรือนเมื่อใด นางจะจุดธูปให้เป็นกระบุง เผาเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่เทพเจ้าช่วยนางให้รอดต่อไปครู่หนึ่งผ่านไป นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม “ท่าน……รู้ได้อย่างไรว่ามีคนซ่อนอยู่ในตู้?”ต้วนหลิงหันกลับมามอง “ประสาทการฟังของข้าแต