กมาย ข้าขอกล่าวคำขออภัย ณ ที่นี้”ต้วนหลิงกล่าวอย่างเย็นนิ่ง ทว่าสีหน้ามีรอยยิ้ม “เรื่องโง่เขลาไร้การยั้งคิดน่ะหรือ? ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าหมายถึงเรื่องใด”“ก็…”เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยน แต่ถ้อยคำกลับแฝงความเย้ยหยัน “เจ้าหมายถึงเรื่องที่เจ้าว่าข้าต่ำต้อยยิ่งกว่าแม้แต่จะได้เลียเท้าเจ้าหรือว่าเรื่องที่เจ้าปักตุ๊กตาผีใส่ชื่อข้า หรือว่าเรื่องที่เจ้าลวงข้าให้เข้าไปติดกับในรังหมาป่ากันเล่า?”หลินถิงพูดไม่ออก เรื่องเหล่านั้น “นาง” เคยทำจริง เขารู้หมดทุกเรื่อง ทว่ากลับไม่เคยกล่าวถึงแม้แต่น้อย“ข้า…” ปกตินางพูดจาเจรจาเก่งนัก แต่ครานี้กลับพูดออกมาได้แค่คำว่า “ข้า” คำเดียว แล้วก็เงียบไปต้วนหลิงมองสีหน้านางอย่างลึกซึ้ง “ข้าเองก็มีส่วนผิด ทุกอย่างล้วนเป็นอดีต ไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้น ข้ามิได้มีใจโกรธเจ้า เจ้าก็อย่าได้ถือโทษตัวเองนักเลย เวลาดึกแล้ว กลับไปเถิด อย่าได้เอ่ยถึงอีก”เมื่อกล่าวจบ เขาก็หันหลังเดินต่อไปข้างหน้า กระทั่งมือเรียวเล็กนุ่มนวลยื่นมาจากด้านหลัง ดึงมือของเขาไว้ ต้วนหลิงชะงัก หันกลับมามอง เห็นหลินถิงสอดนิ้วเรียวทั้งห้าของนางเข้าไประหว่างนิ้วมือเขาอย่างแนบแน่น