แม้ว่าหลินถิงจะรู้ตัวว่ากลิ่นเครื่องหอมเดิมอาจเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง จึงเปลี่ยนใช้กลิ่นใหม่มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในใจก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้ว่าต้วนหลิงจะจับพิรุธออกหรือไม่แสงแดดยามเช้าส่องอ่อนละมุน ไร้เสียง กลับคล้ายค่อยๆ เผานางอยู่ในเตาเพลิง ฝ่ามือเย็นเยียบเหงื่อผุดพราวคนตัวไม่ไหวติง แต่สายตากลับจับจ้องทุกอิริยาบถของต้วนหลิงอย่างไม่กะพริบเขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า เว้นระยะพอดิบพอดี ไม่ใกล้เกินไปให้คนรู้สึกอึดอัด กลิ่นแป้งหอมอ่อนจางธรรมดาเสียจนไม่อาจธรรมดายิ่งกว่านี้ แทรกซึมเข้าสู่ปลายจมูกของต้วนหลิง เขาเบือนสายตาออก มองปลาคาร์พใต้ศาลาไม้เบื้องล่าง“น้องสาวข้าไร้มารยาท ยามว่างก็มักรบกวนคุณหนูเจ็ด ขอจงโปรดให้อภัย”คำกล่าวลอยมาเช่นนี้ ทำเอาหลินถิงใจเต้นแรง เขาหมายจะเตือนว่านางไปมาหาสู่กับต้วนซินหนิงบ่อยเกินควร?หรือแอบสงสัยว่านางมีจุดประสงค์อื่น?หลินถิงสงบจิตสงบใจ คิดตรองทีละคำโดยไม่แสดงอารมณ์“ท่านต้วนคิดมากไป ข้ากับนางคุยกันถูกคอ ไยต้องเรียกว่ารบกวนกันเล่า”การที่ต้วนซินหนิงหาโอกาสมาที่เรือนหลินถิงแทบทุกวัน นับเป็นเรื่องที่ใครๆ ในเมืองหลวงต่างรู้ดี บรรดาคุณหนูทั้งหลายต่างก็พากันอิจฉาริษยา ถึงขั้นสงสัยว่านางลงมนต์สะกดให้ต้วนซินหนิงเชื่อฟังแต่หลินถิงไม่เคยเสกมนต์ใดๆ ทั้งสิ้น หากแต่ได้รับอานิสงส์จากบทในนิยายเดิม-เพราะนางเอกเรื่องนี้มองหลินถิงเป็นสหายแท้จริง ดังนั้นจึงต้องวางตัวให้รอบคอบต้วนหลิงได้