ถนนฉีผ่านเจี๋ยคลาคล่ำด้วยผู้คน ทั้งพ่อค้าแม่ขายจากสารทิศ รวมถึงสตรีผู้สูงศักดิ์และบุตรีจากสกุลผู้ดีที่ยังมิได้ออกเรือน ซึ่งต่างจากสตรีชาวบ้านโดยสิ้นเชิง พวกนางสวมหมวกผ้าคลุมหน้าเป็นเรื่องปกติเมื่อออกจากเรือนหลินถิงเลือกหมวกผ้าคลุมหน้าที่พบเห็นได้ทั่วไป นางว่องไวประหนึ่งไส้เดือนลื่นไถล เมื่อหลุดเข้าไปในฝูงชนก็แทบไร้ร่องรอย แม้ผู้ใดจะมีสายตาเฉียบคมเพียงใด ก็ยากจะมองหานางให้เจอในหมู่สตรีที่แต่งกายละม้ายกันเหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่ติดตามต้วนหลิงออกมาก็แต่งกายสามัญ เมื่อเห็นหลินถิงเลือนหายไปในฝูงชนสัญชาตญาณขององครักษ์เสื้อแพรก็ผลักดันให้เขาก้าวตามโดยไม่ทันคิด ทว่าเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อระลึกได้ถึงถ้อยคำของนางเขาชะงักเท้า ถอยกลับมายืนข้างต้วนหลิง ริมฝีปากขยับอย่างลังเล ชั่วขณะหนึ่งก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก หากนางคิดร้ายต่อท่านต้วน เขาย่อมมีสิทธิ์จับตัวนางกลับไปสอบสวนในเรือนจ้าวอวี่ แต่หากนางเพียงเอ่ยคำว่า “ข้าชอบท่าน” เช่นนี้ จะให้จับกลับไปสอบสวนก็คงเหลวไหลเกินไปชื่อเสียงขององครักษ์เสื้อแพรในหมู่ราษฎรไม่สู้ดีนัก ผู้คนหวาดกลัวราวกับพญาเสือ แม้พวกเขาจะมีอำนาจเหนือใครและทำงานเฉียบขาด แต่ก็ใช่ว่าจะจับสตรีผู้หนึ่งเพียงเพราะนางสารภาพรักกับใครเขาได้เห็นชัดว่าการกระทำนี้มิใช่เรื่องผิดใด ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยรูปโฉมงามล่มเมืองของต้วนหลิง หากเขาเป็นสตรี เกรงว่าผู้มาสู่ขอคงเหยียบธรณีประตูจวนต้วนแทบพัง บัดนี้แม้จ