ในจดหมายเขียนถ้อยคำสั้นกราชับ เข้าใจง่ายในพริบตา ดูท่าจะมิใช่หนังสือกล่าวโทษ ต้วนหลิงยังคงสงบนิ่ง ถามเสียงเรียบว่า “ได้รับจดหมายฉบับนี้ตั้งแต่เมื่อใด?”ทหารสือฉีเข้าใจว่าจดหมายนี้เกี่ยวข้องกับคดีเร่งด่วน รีบตอบแทบไม่ทันว่า “ข้าน้อยเพิ่งได้รับจดหมายก็รีบนำมาส่งใต้เท้าแล้ว ขอเรียนว่าขอทานที่เป็นผู้นำจดหมายมายังถูกควบคุมตัวไว้หน้าจวน หากใต้เท้าประสงค์จะสอบสวน ก็สามารถนำตัวเข้ามาได้ทุกเมื่อขอรับ”เหล่าทหารของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรมักทำงานอย่างรอบคอบ ย่อมไม่ปล่อยให้แม้แต่ขอทานผู้นั้นลอยนวลโดยง่ายแสงอรุณอ่อนสีทองสาดผ่านชายคา ส่องกระทบชุดเฟยอวี้ฝูบนกายของต้วนหลิง จนลวดลายบนผืนผ้าดูเหมือนมีชีวิต แต่หากเพ่งมองใกล้ๆ กลับแลดูเยือกเย็นแฝงแววประหลาดเขาเก็บจดหมายพับไว้อย่างเรียบร้อย กลิ่นหอมอ่อนบางซึมซาบเข้าสู่ผิวเมื่อแตะต้อง “ไม่ต้องหรอก คิดว่าเขาคงมิกล้าลวงตาองครักษ์เสื้อแพร เช่นนั้นย่อมไม่รู้ที่มาของจดหมายจริง ปล่อยเขาไปได้”“ขอรับ” สือฉีรับคำต้วนหลิงยื่นจดหมายต่อหน้าอีกฝ่าย เอ่ยเสียงนุ่ม “เจ้ารู้สึกได้ถึงสิ่งใดหรือไม่”แม้ไม่เข้าใจว่าจดหมายจะมีกลิ่นอะไรให้ดม แต่สือฉีก็ไม่กล้าละเลย ค่อยๆ สูดดมอย่างตั้งใจ แล้วกล่าวว่า“จดหมายมีกลิ่นหอมขอรับ”ต้วนหลิงยิ้มบาง ดวงตาเรียวยาวหลุบต่ำ เอ่ยอย่างเชื่องช้า “ใช่แล้ว จดหมายมีกลิ่นหอม และยังเป็นกลิ่นหอมชั้นเลิศ มิใช่สามัญชนทั่วไปจะหามาใช้ได้ เจ้าจงไปสอบถามร้านขาย