ยินคำพูดของหลินถิง ก็แย้มยิ้มบาง ท่าทีเป็นมิตร “เช่นนั้นข้าคงเข้าใจผิดกระมัง ข้ายังจำได้ว่าวันหนึ่งเห็นคุณหนูเจ็ดเทขนมที่น้องสาวข้าทำเองทิ้งไปเสียหมด ข้าคิดว่านางทำให้เจ้ารำคาญเสียอีก”‘หลิงอวี่’ เป็นชื่อรองของต้วนซินหนิงบิดามารดาหวังให้นางเป็นสตรีมีพรสวรรค์ เลยเลือกชื่อรองด้วยความตั้งใจ “หลิง” จาก “หลิงเจียง” ส่วน “อวี่”ก็มาจากชื่อของ “เซี่ยเต้าอวี่” สตรีผู้ทรงปัญญาในยุคจิ้นตะวันออกก่อนหลินถิงจะตื่นรู้ว่านี่คือโลกในนิยาย เคยริษยานามของต้วนซินหนิง ว่าฟังดูมีความหมายสูงส่งนัก และเหตุการณ์เรื่องขนมก็เกิดขึ้นในช่วงนั้น ร่างกายทำอะไรโดยไม่รู้ตัวหลินถิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำสีหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “ท่านต้วนเข้าใจผิดแล้ว วันนั้นข้ายังอ่อนแอจากอาการป่วย มือไม้ไม่มั่นคง เผลอทำขนมหล่นโดยไม่ตั้งใจ หาใช่เจตนาลบหลู่ นึกไม่ถึงว่าท่านจะเห็นเข้าพอดี แล้วยังเข้าใจผิดเรื่อยมา”ไม่รู้ว่าต้วนหลิงเชื่อหรือไม่ แต่เขากล่าวด้วยท่าทีอ่อนโยนว่า “ที่แท้ข้ากลับเป็นฝ่ายผิดเสียเอง ขออภัยที่เข้าใจคุณหนูเจ็ดผิดมานาน”“ท่านต้วนกล่าวเกินไปแล้ว” หลินถิงกล่าวเรียบๆ โดยไม่คิดจะเชื่อคำขอโทษนั้นแม้แต่น้อยขณะที่บ่าวที่นำทางหลินถิงเข้าจวนต้วนแอบเหลือบมอง ทั้งเขาและเถาจูยืนห่างออกไป ฟังไม่ชัดว่าเจ้านายพูดอะไรกัน จึงได้แต่นึกสงสัยว่าเหตุใดคุณชายรองจึงเรียกหลินถิงหยุดพูดคุยแต่หากเทียบกับความอยากรู้อยากเห็นของบ่าวผู้นั้น เถาจู