กลับเต็มไปด้วยความกังวล แม้คนอื่นจะไม่รู้เรื่องความบาดหมางระหว่างหลินถิงกับต้วนหลิง แต่ในฐานะสาวใช้ใกล้ชิด เถาจูย่อมรู้ดีก่อนหลินถิงจะตื่นรู้ นางเคยกล่าววาจาเสียดสีต้วนซินหนิงต่อหน้าเถาจู และด้วยความเกลียดชังแบบเด็กๆ ก็พาลด่าต้วนหลิงไปด้วย บอกว่าแม้จะรูปงามเพียงใด ก็ไม่คู่ควรจะมาเลีย……เท้านางด้วยซ้ำ คำพูดหยาบคายสิ้นดีทุกครั้งที่เถาจูได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้น ใจแทบหล่นไปที่ตาตุ่ม ใครไม่รู้แต่นางรู้-สายลับของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรมีอยู่ทั่วแผ่นดิน หากคำพูดบังอาจเหล่านี้ถูกใครจับได้ นางจะทำเช่นไรดี?ทว่าในตอนนั้น หลินถิงกลับถือดีในฐานะที่ต้วนซินหนิงเชื่อใจ นางจึงไม่เคยเกรงกลัว ทำตามอำเภอใจไม่หยุดหย่อนเถาจูถึงกับกลัดกลุ้มแทบแหลกสลายทั้งใจและปาก พร่ำตักเตือนหลินถิงไม่หยุดหย่อน แต่นางกลับไม่ไยดี จนกระทั่งเมื่อสองปีก่อนจึงเริ่มสงบลงบ้าง ทว่าก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าคำพูดเหล่านั้นเคยหลุดรอดไปถึงหูต้วนหลิงหรือไม่หลินถิงหาได้ล่วงรู้ความกังวลในใจของเถาจูไม่ ในเวลานี้นางมุ่งมั่นอยู่กับการรับมือกับต้วนหลิงเท่านั้นระหว่างที่ทั้งสองสนทนา จู่ๆ ก็มีจดหมายฉบับหนึ่งร่วงลงมาจากแขนเสื้อของต้วนหลิง ตกอยู่ตรงปลายเท้าหลินถิง พอบ่าวรับใช้กำลังจะเอ่ยปากเตือน ก็เห็นว่านางก้มลงเก็บจดหมายนั้นขึ้นมาก่อนแล้ว“ท่านต้วน จดหมายของท่านตกน่ะเจ้าค่ะ”น้ำเสียงของนางแฝงความสุภาพเรียบเฉย ดวงตาที่มองจดหมายกลับไร้แววพิรุธ ราวกับมิได