้ล่วงรู้แม้สักนิดว่าในนั้นมีสิ่งใดต้วนหลิงกระพริบตาเบาๆ ก่อนหรี่ตาลงเพ่งพินิจใบหน้านาง แล้วจึงรับจดหมายคืนอย่างสงบ “ขอบคุณคุณหนูเจ็ดที่เตือน”“มิใช่เรื่องใหญ่ ท่านต้วนไม่ต้องเกรงใจ” หลินถิงกล่าวพลางส่งยิ้มบางๆ แววตาอ่อนโยนแต่ห่างเหินอย่างยิ่งนางกล่าวด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน หัวเราะระรื่น ทำตัวเหมือนคนไม่คิดอวดเบ่งสักนิด เอ่ยเรียกเขาว่า “ท่านต้วน”ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นเดียวกับคนอื่นๆ มิได้อาศัยความสนิทสนมกับต้วนซินหนิงมาเชื่อมโยงหวังอำนาจแม้แต่น้อยต้วนหลิงเก็บจดหมายใส่แขนเสื้ออย่างลวกๆ ไม่กล่าวอะไรอีก “หลิงอวี่กำลังรอคุณหนูเจ็ดอยู่ ข้าจะไม่ขัดเวลาอีก”คำพูดนี้เรียกได้ว่าถูกใจหลินถิงยิ่งนัก นางรีบโค้งคำนับแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่เสียเวลาแม้แต่นิดในใจหลินถิงหาได้เชื่อว่า ต้วนหลิงผู้รอบคอบจะเผลอทำจดหมายตกด้วยความสะเพร่าจริงๆ นางมองว่าที่เขาทำเช่นนั้น มีแต่จงใจหยั่งเชิงเท่านั้น หากศัตรูมา นางก็จะตั้งรับ หากน้ำไหลมา ก็จะถมดินสกัด ในเมื่อเขาไม่มีหลักฐาน ก็ไม่มีทางแน่ใจว่านางเป็นคนทำหลินถิงเดินจากไปโดยไม่หันกลับ เสียงฝีเท้าก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ นางมุ่งหน้าไปหาต้วนซินหนิง ระหว่างทางไม่พบใครอีก บ่าวและสาวใช้ส่วนมากมัวแต่ยุ่งวุ่นวายในเรือนหน้า นางจึงเริ่มผ่อนคลาย และมีอารมณ์จะชมสวนของจวนต้วนพอเดินพ้นประตูฉลุไม้ ทิวทัศน์งามตระการตาก็เผยสู่สายตา ศาลาระเบียงแม้นจะเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา เถาวัลย์เ