ของหลินถิง จากชั้นบน ต้วนซินหนิงมือทั้งสองถูกมัดรวบ มวยผมกระเซิงยิ่งกว่านาง ร้องไห้จนใบหน้าชุ่มน้ำตา แต่กลับไม่กล้าส่งเสียง ถูกผลักให้เดินไปข้างหน้า สถานการณ์เช่นนี้ช่างลำบากนัก ต้วนซินหนิงยังอยู่ในมือของพวกมันพวกนั้นเข้าใจผิดคิดว่าหลินถิงคือต้วนซินหนิง แต่กลับมิได้ปล่อยตัวตนจริงๆ ของนาง กลัวจะเกิดความผิดพลาดจึงบังคับให้นางเดินตามหลัง โดยให้หลินถิงเดินนำหน้าเปิดทางวันนี้ต้วนซินหนิงออกมาพร้อมหลินถิง หากมีอันใดเกิดขึ้น หลินถิงย่อมไม่พ้นต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าอย่างไรนางจำต้องหาทางช่วยอีกฝ่ายให้ได้ก่อนที่นางจะลงมือ ฝูงชนที่ยังไม่ทันอพยพก็เกิดความปั่นป่วนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ผู้หนึ่งกระโจนลงมาจากชั้นบน เตะมีดที่จ่อต้วนซินหนิงไว้กระเด็น แล้วดึงนางเข้าสู่อ้อมแขน คว้าผ้าริ้วที่ห้อยลงมาจากเบื้องบน โหนตัวลงมาชั้นล่างอย่างแผ่วเบาดุจเมฆาต้วนซินหนิงเบิกตากว้าง มือสองข้างเกาะเขาไว้แน่น ราวกับฝันไป หากแต่กลิ่นเลือดที่ลอยฟุ้งในอากาศยืนยันว่าทั้งหมดคือความจริงนางเผลอเอ่ยชื่อออกมา “คุณชายเซี่ย……”ทั้งสองลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย เซี่ยจื่อม่อคลายอ้อมแขนออกจากต้วนซินหนิง ดวงตาคล้ายดอกท้อโค้งงอเล็กน้อยเขายิ้มอย่างสุภาพ “เมื่อครู่ล่วงเกินแล้ว”ในดวงตานางสะท้อนภาพของเขา บุรุษผู้นั้นรูปงามคมสัน ระหว่างคิ้วมีจุดชาด ผมดำมัดด้วยปิ่นหยก สวมอาภรณ์คอกลมสีม่วงน้ำเงิน ปักดิ้นทองบนแขนเสื้อกว้าง แลดูฟุ่มเฟือย คาดด้วยเข็มขัด