พู่หยก สมกับเป็นบุตรหลานสกุลสูงศักดิ์ต้วนซินหนิงสบตากับเซี่ยจื่อม่อ หน้าผ่องเป็นสีแดง แต่แล้วก็หวนนึกถึงเหตุการณ์น่าหวาดกลัวก่อนหน้านั้นร่างกายจึงสั่นเทิ้มด้วยความหวาดหวั่นนางก้มหน้าพูดเสียงแผ่วเบา “มิเป็นไรเจ้าค่ะ”เสียงเอะอะโกลาหลเมื่อครู่ดังจนสะดุดหู เซี่ยจื่อม่อซึ่งอยู่ห้องข้างๆ ย่อมสังเกตได้โดยง่าย เพียงแต่ยังไม่บุกเข้าไปเพราะอีกฝ่ายจับตัวประกันไว้ถึงสองคน เกรงจะเกิดเหตุร้าย เขาจึงร่วมมือกับต้วนหลิงเพื่อซื้อเวลา ช่วยชีวิตผู้คน ถือว่าประสานกันได้ดีแต่สิ่งที่เซี่ยจื่อม่อไม่คาดคิดก็คือ สตรีอีกคนที่ถูกจับกลับกล้าหาญถึงเพียงนี้ กระโดดลงจากบันไดอย่างไม่คิดชีวิตแม้แต่งกายคล้ายคุณหนูสกุลผู้ดีแห่งเมืองหลวง แต่การกระทำกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง เขาจึงหันหน้าไปมองนางหลินถิงรู้ดีว่าตนเป็นเพียงตัวประกอบ จึงยืนมองเหตุการณ์ที่ช่วยเร่งความสัมพันธ์ของพระนางตรงหน้าเงียบๆเห็นเซี่ยจื่อม่อมองมา นางก็ไม่แสดงปฏิกิริยาใด เพียงยืนนิ่งเฉยอย่างสงบเสงี่ยมโชคดีที่ต้วนซินหนิงหาใช่คนใจดำลืมสหายไม่ นางยังไม่ลืมหลินถิง วิ่งมาหานางพร้อมคุ้มกันจากองครักษ์ชุดเกราะนางรู้สึกปลาบปลื้มใจยิ่ง สหายเช่นนี้ไม่เสียแรงที่นางคบหาต้วนซินหนิงจับมือนางไว้ สีหน้าห่วงใย “เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?”“ไม่เลย” หลินถิงหมุนข้อมือที่กระแทกกับพื้นไม้ขณะตกลงมา แม้จะเจ็บแต่ก็ไม่ถึงขั้นเลือดตกยางออก ขอบคุณท่านเทพแห่งโชคลาภที่ยังเมตตาให้นางรอดชีวิตม