บาเกลี้ยกล่อมว่า “คุณหนูเจ็ด ท่านควรยอมรับผิดกับนายท่านสามเถิดนะเจ้าคะ”สาเหตุที่วันนี้หลินถิงต้องคุกเข่าอยู่ในศาลบรรพชนของสกุลหลิน ก็เพราะเรื่องที่นางออกไปทำการค้าเผยตัวนอกบ้าน ถูกนายท่านสามแห่งสกุลหลิน – บิดาของนาง – จับได้ และเขาต้องการลงโทษนางแต่เดิม หากนางยอมรับผิดและสัญญากับนายท่านสามว่าจะไม่แตะต้องการค้าขายอีก เรื่องก็จะจบไปได้ง่ายๆทว่าหลินถิงกลับดื้อดึงราวกับล่อป่า ไม่ยอมรับว่าตนผิดแม้แต่น้อยหากนางเป็นสตรีโบราณจริงๆ ก็คงคล้อยตามใจนายท่านสามไปแล้ว ทว่าข้าไม่ใช่นางไม่ผิด!หากยอมถอยแม้แต่นิดเดียว นายท่านสามต้องยึดร้านค้าของนางไปเป็นแน่ หลินถิงย่อมไม่อาจปล่อยให้สิ่งที่สร้างด้วยหยาดเหงื่อต้องพังทลายลง นางจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อเด็ดขาดแม้จะไม่รู้ว่าหลังจากสิ้นชีวิตเพราะโรคมะเร็งในชาติก่อน นางถึงได้มาโผล่ในโลกนี้ แต่ในเมื่อได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ทั้งที นางย่อมต้องวางแผนชีวิตแต่เนิ่นๆเงินทองเป็นของวิเศษยิ่ง นางจะต้องเก็บสะสมเอาไว้ให้เต็มกระเป๋า ยิ่งมากยิ่งดียามนึกถึงเงินในกระเป๋า ดวงตาของหลินถิงก็เป็นประกาย ราวกับแมวตัวน้อยที่เห็นเหยื่อ ไม่ว่าอยู่ในยุคใด สตรีที่มีเงินจึงจะยืนหยัดได้นางนวดคลึงเข่าที่เลือดไหลเวียนไม่สะดวก แม้จะมีเบาะรองก็ยังเจ็บไม่น้อย นางกล่าวเสียงเรียบว่า “อย่าได้เกลี้ยกล่อม ข้ารู้ดีว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่”สาวใช้เห็นดังนั้นจึงไม่กล้าพูดอะไรอีกขณะนั้นเอง เ