สียงเอะอะก็ดังมาจากภายนอกศาลเจ้า“นางร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ท่านทนใจดำทำกับนางได้ลงคอหรือ หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา……ถึงท่านจะไม่เห็นข้าในสายตา แต่หลินถิงก็เป็นลูกในไส้ของท่าน!”เสียงมาก่อนคนเสียอีกเสียงของมารดา นางย่อมคุ้นเคยดี หลินถิงลอบชะโงกศีรษะออกไปดู คล้ายแมวเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่ง แต่เพราะมุมที่มองทำให้นางมองเห็นอะไรไม่ชัดเพราะเกรงว่าจะถูกพบเข้า นางจึงรีบหดตัวกลับมา ก้มหน้าคุกเข่าต่อไป ได้ยินแต่เสียงนายท่านสามแห่งสกุลหลินตวาดลั่นว่า“ขายขี้หน้าสิ้นดี! เจ้ากลับไปเสีย!”ทว่ามารดาของนางหาได้ยอมง่ายๆ ตวาดตอบว่า “ข้าว่า ชีวิตเช่นนี้ข้าอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว!”ไม่รู้เพราะเหตุใด เสียงทะเลาะก็เงียบลงฉับพลัน แล้วไม่นานก็มีแม่นางคนหนึ่งเดินเข้ามาในศาลเจ้า พยุงหลินถิงให้ลุกขึ้น กล่าวว่า“คุณหนูเจ็ด นายท่านสามบอกว่าวันนี้ไม่ต้องรับโทษแล้วเจ้าค่ะ เชิญลุกขึ้นเถิด”หลินถิงงุนงงอยู่ในใจ ท่านพ่อของนางยอมปล่อยนางง่ายๆ เช่นนี้? ช่างน่าสงสัยนักแม่นางคนนั้นจึงอธิบายต่อ “คุณหนูสามสกุลต้วนมีเรื่องด่วนมาหาเจ้าค่ะ ฮูหยินสั่งให้ท่านรีบไป อย่าได้ล่าช้า”หลินถิงพยักหน้าเบาๆ ที่แท้ต้วนซินหนิงมาหา ถึงว่าเหตุใดนายท่านสามถึงได้ยอมผ่อนปรน เขาทั้งกลัวว่าเรื่องในครอบครัวจะหลุดออกไปนอกสกุล และยังอยากใช้ความสัมพันธ์ของนางกับคุณหนูสกุลต้วนในการประจบสกุลใหญ่แห่งเมืองหลวง – ช่างคำนวณเก่งเสียจริงหลินถิงคิดในใจว่า นายท่านสามน