ใครอยากมาอยู่ด้วยไหม ไม่คิดค่าเช่า”
ทุกคนร้องพร้อมกันว่า: “ฉัน!!!”
เสียงนั้นดังมาก ทำเอามือที่กำลังคีบอาหารของโม่จาทาสั่นจนหอยนางรมแทบหลุดมือ
เขามองไปรอบๆอย่างจงใจ คล้ายกับกำลังคิดอย่างหนัก
โหวจือเจียวผู้แวะมาเพื่อให้พ่อเศรษฐีเลี้ยงข้าวก็คว้าข้อมือเขาไว้: “พี่ชาย เราอยู่ด้วยกันมาสี่ปี นายจะทิ้งฉันตอนนี้ไม่ได้นะ”
อวี้กงถลามาข้างเขา: “ไปไกลๆเลย นายเป็นเด็กปริญญาโทพักที่หอได้ ฉันกับเม่ยเกอเคยอาบน้ำด้วยกัน นายเทียบฉันไม่ได้”
เพื่อนร่วมงาน A: “อวี้กง ลองคิดให้ดีๆ ถ้าต่อไปคุณมีแฟน แล้วพาเธอไปที่บ้าน เธออาจจะสนใจอพาร์ทเม้นท์ของเม่ยเกอมากกว่านาย”
อวี้กงพูดอย่างน่าไม่อายว่า: “เยี่ยมเลย ฉันกับภรรยาจะได้เกาะเม่ยเกอไปทั้งชีวิต”
ทุกคนยอมแพ้เขา: “โหดมาก”
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเริ่มหัวเราะ: “พอพูดถึงความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิง เม่ยเกอ คุณสวมหมวกเขียว (แผลงเป็นนอกใจ) ให้ KO ไปกี่ใบแล้ว”
ทุกคนต่างเข้าข้าง KO และการพูดคุยและวิพากษ์วิจารณ์รอบใหม่ก็เริ่มขึ้น ผู้ชุมนุมเริ่มเถียงกันเอง โม่จาทาจึงฉวยโอกาสกินอาหารอย่างมีความสุขเกินคาด
โม่จาทากระแอมครั้งนึง และบิดตัว พร้อมเอนหลังพิงเบาะ: “จะอย่างไร พวกเราต่างเป็นพี่น้องกัน ฉันคงรู้สึกไม่ดีไม่ว่าใครจะมาอยู่ พวกนายตัดสินกันเองแล้วกัน แล้วมาบอกฉัน”
หลังมื้ออันแสนวุ่นวาย ก็ได้เวลาจ่ายตังก์ บริกรยิ้มหวานและเดินมาข้างๆโม่จาทา: “ขอบคุณที่มาอุดหนุน ทั้งหมด … … หยวน”
ทุ