ดข้าทนไม่ได้ เจ้ากับข้าอาจจะต้องหลบลูกๆ ไปอยู่กันตามลำพังบ้าง”“พี่สาม…เพิ่งสองเดือนเองนะเจ้าคะ”“ข้ายังมีเวลาอีกหนึ่งเดือนใช่หรือไม่?”ฮ่องเต้ทรงลุกจากเตียงนอน หันไปร้องสั่งนางกำนัลให้มาเฝ้ารอบเตียงดูแลพระธิดาและพระโอรสทั้งสี่ ก่อนจะจับจูงพระหัตถ์ฮองเฮา“ข้าพาเจ้าไปส้วมเอง”“สายตาของท่าน ช่างไม่น่าไว้ใจเลยนะเจ้าคะ?”หมิงเฟยหลงก้มลงประทับจูบนางอยู่ครู่ใหญ่ จนนางต้องใช้ฝ่ามือพยายามดันหน้าอกเขาออก “พี่สามข้าปวดปัสสาวะนะเจ้าคะจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”“ได้ๆ ข้าจะอุ้มเจ้าไปเดี๋ยวนี้”ไม่ถึงเจ็ดวันห้องด้านข้างที่เคยใช้เก็บของมีค่าก็ถูกขนถ่ายไปที่ท้องพระคลัง กลายเป็นห้องบรรทมอีกห้องแทน“พี่สาม ของสะสมของท่านหายไปไหนหมดเล่า?”“ข้าให้หู่ซิ่นสือขนไปเก็บไว้ท้องพระคลังหมดแล้วสู้ทำเป็นห้องบรรทมของเราไม่ดีกว่าหรือ?” ฮ่องเต้ทรงโอบกอดหงซือซือแล้วผลักนางเข้าไปในห้องที่เพิ่งตกแต่งเสร็จใหม่ นางกำนัลที่ยืนมองอยู่รู้งานนักรีบตรงเข้ามาปิดประตูโดยเร็ว หมิงเฟยหลงแย้มพระสรวลก่อนจะช้อนร่างของนางขึ้นไปวางบนเตียงบรรทมนางกำนัลและขันทีด้านนอกช่วยกันอุ้มเอาพระธิดาและพระโอรสทั้งสี่ออกไปนั่งเล่นที่ห้องโถงใหญ่ ปล่อยให้ฮ่องเต้และฮองเฮาทรงไปฉลองห้องบรรทมใหม่อย่าง ชื่นมื่น“ท่านบอกว่าจะรออีกหนึ่งเดือนมิใช่หรือเจ้าคะ?”น ้าเสียงของนางอู้อี้เมื่อพระสวามีฝังจมูกลงซอกคอขาวผ่องหอมนุ่ม“กว่าจะนับว่าได้เจ็ดวันข้าก็แทบจะทนไม่ไหวแล้วเจ้ายังให้ร