กหรือ?“สิ่งที่คนในยุทธภพยังไม่รู้เกี่ยวกับกระบี่ดูดวิญญาณก็คือ มันกระบี่ที่ถูกหลอมขึ้นมาในภายหลังจึงมีพลังเหนือกว่ากระบี่กราชากวิญญาณ หากใช้วิชากระบี่กราชากวิญญาณแบบย้อนกลับจะทำให้สามารถดูดพลังของกระบี่กราชากวิญญาณเข้ามารวมอยู่ในกระบี่ดูดวิญญาณได้” หลวนฮองเฮาแสยะยิ้มเมื่อเอ่ยจนจบ พลางหันไปมองพระสวามีและชินอ๋องที่ยืนตะลึงมองมายังนางเป็นจุดเดียว“นี่มัน…..”“เป็นความลับของยุทธภพที่มีเพียงคนในครอบครัวของข้าล่วงรู้” นางหันไปยิ้มให้กับหมิงเฟยหลง “คืนนี้หม่อมฉันจะสอนวิธีการใช้วิชากระบี่กราชากวิญญาณแบบย้อนกลับให้ฝ่าบาทเอง”เซียนหย่งไถเผลอมองหลวนฮองเฮาด้วยความหวาดกลัวอยู่แว่บหนึ่ง หากบอกว่านางเป็นประมุขพรรคมารแฝงกายมาอยู่ในวังหลวงเขาก็คงเชื่อ เดิมทีสตรีวังหลังล้วนอ่อนหวานนุ่มนวล เหตุใดฮองเฮาผู้นี้จึงได้รู้เรื่องราวในยุทธภพได้ละเอียดลึกซึ้งนัก? ทั้งยังรู้วิทยายุทธ์ของสำนักมืออสูรอีก?“กุนซือเซียน เจ้ามองข้ายังกับเจอประมุขพรรคมารเทียว?”“มะ มิได้พะยะค่ะ กระหม่อมเพียงแต่แปลกใจที่ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่งนัก”“ในฐานะที่เจ้านับว่าเป็นกุนซือคนสำคัญของชินอ๋อง ข้าคงต้องเปิดเผยตัวตนให้เจ้ารู้สักหน่อย” พระนางยิ้มน้อยๆ มองเซียนหย่งไถด้วยพระเมตตา “ข้าคือเซียนพันหน้าผู้หนึ่งมีฉายาในยุทธภพว่าจอมยุทธหง”เซียนหย่งไถตะลึงเล็กน้อย “พระองค์คือทายาทเจ้าของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟหรือพะยะค่ะ?”“มิผิด….หงอี้เทียนคือพี่ชายของข้า”