ก่อนรุ่งเช้า หากปล่อยให้พวกเขาออกมาล่าพวกเราอาจจะไม่รอดชีวิต” คนของจูจิ้นติ้งที่ตามมาทีหลังจึงนำม้าที่ซ่อนไว้ชายป่าออกมาให้คนทั้งสาม “ข้าให้คนเตรียมไว้เผื่อหนีดีที่พวกเจ้าออกมาเสียก่อน ข้าเกือบกลับไปสมทบกับทัพทางนั้นแล้ว”“เหตุใดท่านจึงไม่รีบไปเล่า?”“ข้าแปลกใจน่ะสิ ตั้งแต่รถม้าที่จับเจ้าหายเข้าไปในป่า ละแวกนี้ก็ไม่ปรากฏคนแม้สักคนจึงพากันซุ่มรออยู่”“นับว่าพวกเราทั้งสามยังเคราะห์ดีที่ไม่ต้องเดินเท้ากลับเข้าเมือง”“พวกเรารีบไปเถิด แถวนี้ไม่ปลอดภัย หากตะวันขึ้นยามใดพวกเขาออกมาตามล่าอย่างแน่นอน ป่านนี้คงรู้แล้วว่าข้าเป็นคนพาพวกท่านหนีมา” เซียนหย่งไถรีบบอก ยามนี้จวนจะเที่ยงคืนแล้ว พวกเขายังต้องเดินทางอีกในครึ่งชั่วยามแรกพวกเราเดินทางด้วยการควบม้าที่เร็วพอสมควร องครักษ์ที่ควบม้านำหน้าถือคบเพลิงไว้ด้วยทำให้ขี่ม้าตามกันไม่ลำบากมากนัก“เส้นทางนี้คับแคบไม่อาจวิ่งได้เร็วนัก” หัวหน้าสวีเหยียนเล่อของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟหันไปบอกกับคุณชายจิน“ไม่เป็นไรดอกท่าน ข้ามั่นใจว่าเหล่านักฆ่าอย่างไรก็ยังออกจากค่ายกลของข้าไม่ได้ เราไม่ต้องรีบจนกลายเป็นลำบากดอก” เซียนหย่งไถเกรงว่าการเร่งเดินทางในยามกลางคืนเช่นนั้นม้าอาจจะได้รับบาดเจ็บหรือเผลอๆ อาจจะเกิดอันตรายได้เมื่อผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายของสำนักมืออสูรยืนยันเช่นนั้นพวกเขาก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ครึ่งชั่วยามหลังจึงค่อยผ่อนความเร็วเพื่อมิให้ม้าเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป จูจิ้