นติ้งจึงแจ้งให้ทุกคนหยุดพักม้าสักครู่เพื่อให้มันดื่มน ้าและผ่อนคลายกล้ามเนื้อจินวั่งซู่ที่ถอดใบหน้าของขันทีเซิ่งออกแล้วเพราะรู้สึกอึดอัดในยามเหงื่อออก หันไปถามกับจูจิ้นติ้งเพราะขามาเขาถูกรมผงนิทราจึงไม่รู้ทิศ“ท่านว่ากองทัพของชินอ๋องใกล้จะมาถึงหรือยัง?”จูจิ้นติ้งรีบก้มลงแนบหูลงกับพื้นดินเมื่อรู้สึกถึงพื้นดินที่สั่นไหว เสียงฝีเท้าจำนวนมากเคลื่อนมาใกล้“เสียงเช่นนี้คงเป็นการเดินทัพ”“ชินอ๋องเดินทัพในยามค ่าด้วยหรือ?”“คุณชายจิน เจ้าไม่เคยได้ยินฉายาปีศาจภูเขาของชินอ๋องหรือไร? แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นหมิงผู้นี้ถนัดการรบพุ่งบนภูเขาและที่คับแคบ เดินทัพได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เข้าปราชิดศัตรูอย่างเงียบเชียบโหดเหี้ยมราวกับปีศาจ”จินวั่งซู่หน้าเผือดสี แม้เขาจะสนิทสนมกับพระชายาฟ่านซิ่วอิงของชินอ๋อง ทว่ายังมิเคยเห็นอีกฝ่ายในการรบพุ่งสักครั้ง รูปร่างของชินอ๋องสูงใหญ่แต่ไม่ได้หนาจนล ่าสัน ใบหน้าก็คมคายงดงามคล้ายบัณฑิตมากกว่าจะดุดัน หากผู้เล่ามิใช่องครักษ์เสื้อแพรจูจิ้นติ้งเขาก็มิคิดจะเชื่อถือ…“ท่านเคยเห็นชินอ๋องยามอยู่ในสนามรบหรือไม่?”“ข้าเคยไปส่งสาส์นลับของฮ่องเต้คราหนึ่ง เมื่อครั้งชินอ๋องทำศึกกับแคว้นเว่ยบนภูเขา แม้จะมองอยู่ห่างๆ แต่บอกได้ว่าทัพพยัคฆ์เหินของชินอ๋องนั้นโหดร้ายสมคำร ่าลือ” สีหน้าชวนขนพองสยองเกล้าของจูจิ้นติ้งเมื่อนึกถึงการนองเลือดครั้งนั้นทำเอาจินวั่งซู่หายใจไม่ทั่วท้อง แม้เขาจะเค