่างพอใจแต่ไม่กล้าส่งเสียงเพราะเกรงเซียนหย่งไถจะเสียสมาธิในการนำทาง ทว่าหันไปยักคิ้วหลิ่วตาใส่จินวั่งซู่จนทำให้ขันทีตัวปลอมส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่ายก่อนจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้าคนท้องตัวปลอม‘หึๆ ข้าจะคอยดูตอนเซียนหย่งไถรู้ว่าเจ้ามิใช่พี่สาวของเขา หากถูกอัดขึ้นมาจะร้องให้ข้าช่วยไม่ได้เชียวนะ’เสียงคนวิ่งจำนวนมากคล้ายผ่านมาผ่านไปไม่ไกลนัก“พวกเขาระดมคนออกตามล่าพวกเจ้าแล้ว”“ผู้คุมกฎเจ้าว่าเขาจะไปตามเจ้าที่เรือนพักหรือไม่?”“คงไม่…ป่านนี้คงคิดว่าข้ากำลังมีความสุขอยู่บนเรือนร่างของเจ้าจนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปแล้ว”เซียนหย่งไถหัวเราะหึๆ ในลำคอขณะเร่งฝีเท้านำทางจินวั่งซู่ขนหัวลุกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของชายร่างใหญ่ “นี่เจ้าคงมิได้คิดจะทำเช่นนั้นกับข้าจริงๆดอกกระมัง?”เซียนหย่งไถหันกลับมาดุเบาๆ “เจ้ามิใช่แบบที่ข้าชอบ!”“หือ….” จินวั่งซู่รีบยกมือขึ้นปิดปากตนเอง ไม่กล้ากล่าวท้าทายอีกฝ่ายอีกต่อไปเพราะเกรงสติคนนำทางอาจจะขาดผึง“ข้างหน้าเป็นบริเวณที่ต้นไม้เตี้ย เราอาจจะหมอบผ่านไป” เจ้าของค่ายกลหันกลับมาจับมือพี่สาวที่ดูจะใหญ่โตกว่ามือสตรีทั่วไป “พี่เหม่ยเอ๋อร์ ท่านฝึกกระบี่มากจนมือสากกระด้างเหลือเกิน”จินวั่งซู่เกือบจะหลุดขำพรืดออกมาต้องยกแขนเสื้อยัดเข้าไปในปาก“รีบหมอบเข้าเถอะ ประเดี๋ยวพวกเขาระดมยิงธนูเข้ามา พวกเราจะหลบ ไม่ทัน” ยังไม่ทันที่คนนำทางจะพูดจบ เสียงคนทั้งหลายก็เอะอะขึ้น“พวกมันอยู่ทางนั้น!” เหล