กจากวังหลวงแล้วได้โปรดอย่าเรียกว่าขันทีเซิ่งเลย โปรดเรียกข้าว่าเซิ่งซือจงเถิด”เถียนลู่หลินชะงักไปครู่ “อ้อ! ข้าลืมไป เจ้าชื่อเซิ่งซือจง” เมื่อประมุขเถียนหันไปแนะนำเซิ่งซือจงให้คนทั้งหลายได้รู้จักและยืนยันว่านี่คือผู้ช่วยของตนขอให้ทุกคนอำนวยความสะดวกและดูแลเขาตลอดระยะเวลาการอยู่ที่นี่ ทำให้ขันทีเซิ่งรู้สึกราวร่างขยายใหญ่นับสิบเท่า การเป็นคนสำคัญของสำนักเป็นเช่นนี้นี่เอง!เซิ่งซือจงหันไปเห็นบุรุษที่แต่งกายด้วยอาภรณ์งดงามกว่านักฆ่าทั่วไปก็พอเดาได้ว่านี่คือผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายและผู้คุมกฎฝ่ายขวา จึงได้ทำสีหน้านอบน้อมเป็นพิเศษกับคนทั้งสอง คล้ายจะฝากเนื้อฝากตัวอยู่ในที“คืนนี้ข้าจัดเลี้ยงสุราอาหาร พวกเจ้าทั้งหมดกินให้เต็มที่ ข้าต้องแฝงกายเป็นขันทีเฒ่าอยู่นาน น่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก” สีหน้าของทุกคนในห้องโถงดูพึงพอใจกับคำกล่าวของท่านประมุข ทว่าจินวั่งซู่เพิ่งนึกขึ้นได้ตอนที่เดินทางมาเหมือนว่าเขาจะถูกเถียนลู่หลินผู้นี้วางยานิทราเพื่อมิให้เห็นปากทางเข้าสำนัก นับว่าคนผู้นี้รอบคอบไม่น้อย คืนนี้เขาจะถือโอกาสหลอกถามว่าเถียนลู่หลินทำเช่นใดกับอู๋กงกงตัวจริง? ชายวัยกลางคนที่หายไปยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?ด้วยนิสัยพื้นฐานที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ไม่นานนักเซิ่งซือจงตัวปลอมก็ทำความรู้จักกับคนในสำนักไปมาก เน้นเฉพาะผู้ที่เล็งแล้วว่าจะช่วยไขความลับของสำนัก มืออสูร ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายมีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจดูเหมือนจะ