เข้าถึงยาก‘คนอย่างจินวั่งซู่ อยากรู้สิ่งใดไม่เคยพลาด’ ด้วยแนวคิดเช่นนี้จินวั่งซู่จึงไปหลอกถามผู้อื่นเกี่ยวกับนิสัยใจคอของผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายจนได้คำตอบที่น่าสนใจ“ที่ท่านเห็นผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายเป็นเช่นนี้แต่ยามได้น่องไก่กับสุราล่ะก็ เขาจะเปิดปากเล่าทุกสิ่งให้ฟังอย่างละเอียดเลยล่ะ ยิ่งได้โม้เรื่องค่ายกลนะพูดทั้งคืนไม่หยุดเลยเทียวขอเพียงท่านฟังไหวเท่านั้นล่ะ”“อ้อ!”ผู้คุมกฎฝ่ายขวาคือผู้ที่ดูแลเรื่องยาเพิ่มพลังซึ่งมีเรือนพักอาศัยอยู่ทางทิศตะวันออกของสำนัก คนผู้นี้อารมณ์ร้อนหากพูดผิดหูก็พร้อมจะคว้าดาบมาไล่ฟันในทันใด จินวั่งซู่จึงคิดจะค่อยๆ เลียบๆ เคียงๆ ในยามที่เขาดื่มสุราในคืนนี้จะดีกว่าเมื่องานได้เริ่มต้นขึ้น เซิ่งซือจงก็เลือกที่นั่งใกล้กับผู้คุมกฎฝ่ายซ้าย จินวั่งซู่ให้เงินพ่อครัวไปสองตำลึงจึงได้ไก่ย่างตัวใหญ่หอมฉุยเป็นพิเศษมาหนึ่งตัว กลิ่นหอมอบอวลจนต้องซ่อนไว้ในปิ่นโตไม้อันใหญ่ ครั้นงานเริ่มเขาเห็นผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายเริ่มรินสุราจึงหันไปทักทาย“ท่านผู้คุมกฎ ข้าน้อยมีขอดีจะมานำเสนอ”ชายร่างใหญ่ใบหน้าถมึงทึงคิดจะปฏิเสธเจ้าขันทีหน้าอ่อนที่ทำตัวมากระลิ้มกระเลี่ยสนใจในตัวเขา ทว่าพอฝ่ายนั้นหิ้วเอาปิ่นโตไม้ขึ้นมาวางบนโต๊ะพร้อมเปิดฝาขึ้น กลิ่นหอมยั่วน ้าลายของไก่ย่างก็ลอยมากระทบจมูกทำเอามือที่ถือจอกสุรากำลังจะเทใส่ปากชะงักไปครู่“เจ้าเตรียมมาให้ข้าหรือ?”“ขอรับ” สายตาคนตอบวาววามผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายรู้สึกใจคอไม่