ี้เส้นทางที่จะออกไปให้ล้วนแล้วแต่ต้องตายอยู่ในค่ายกลทั้งนั้นเมื่อนึกถึงค่ายกลที่เขาพบเห็นในทะเลทรายแคว้นจินเมื่อครั้งออกตามหาสุสานขุมทรัพย์ จินวั่งซู่ไม่คิดว่าจะมีค่ายกลใดน่ากลัวกว่านั้นได้อีก ครั้งโน้นเขายังหาทางรอดออกมาได้…ครั้งนี้จินวั่งซู่ตัดสินใจที่จะหาวิธีทำลายค่ายกลของคนผู้นี้ให้สำเร็จ“เจ้าทำหน้ายังกับดีใจที่จะได้เจอผู้คุมกฎฝ่ายซ้าย”“ขอรับ…หากเขาเก่งกาจเช่นที่ท่านว่า ข้าสมควรจะไปเรียนรู้กับเขาให้มาก”“ดี! ข้าจะแนะนำให้เขารับเจ้าเป็นศิษย์” เถียนลู่หลินยิ้มอย่างพอใจ วิชา ค่ายกลของผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายนับว่าร้ายกาจ หากเป็นที่ถูกชะตาแล้วเขารับเป็นศิษย์ได้นับว่าเป็นวาสนาของขันทีเซิ่งนักไม่นานนักรถม้าก็จอดหน้าอาคารใหญ่กลางป่าเถียนลู่หลินเดินนำลงจากรถม้าพาขันทีเซิ่งเข้าไปในตัวอาคาร เหล่านักฆ่าและผู้คุมกฎทั้งสองยืนเรียงรายต้อนรับอยู่ทั้งซ้ายและขวา“น้อมรับท่านประมุข!” คนทั้งหมดแสดงการคารวะอย่างพร้อมเพรียงกันนักฆ่าหลายร้อยคนยืนเป็นระเบียบจนจินวั่งซู่นึกสะดุ้งอยู่ในใจ เขาก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในสำนักมืออสูรที่ลือลั่นทั่วยุทธภพแล้ว นักฆ่าที่เขาเคยปะทะมาก่อนยามนี้พวกมันยังไม่มีดวงตาเป็นสีอย่างเช่นในยามออกล่าสังหาร พละกำลังที่ได้มาเหนือ จอมยุทธ์ธรรมดาล้วนเกิดจากการกินยาที่ถูกปรุงขึ้นเป็นพิเศษ จินวั่งซู่ใคร่รู้ว่าคนผู้ใดจึงเป็นฝีมือในการปรุงยาเหนือธรรมชาติเช่นนั้น!