กสิ่งด้วยความเห็นแก่รายได้มากจริงๆ จนถึงขนาดประมุขสำนักมารยังไว้เนื้อเชื่อใจ“สำนักของท่านประมุขอยู่ที่ใดหรือขอรับ?” มือของขันทีเซิ่งแหวกผ้าม่านหน้าต่างรถม้าออกไปดูรอบข้าง“ป่าหางมังกร มีผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายทำค่ายกลซ่อนเอาไว้ จะเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อทำลายค่ายกลนี้ได้เท่านั้น”ได้ยินคำว่า “ค่ายกล” จินวั่งซู่ก็หูผึ่งที่เป็นสิ่งที่เขาหลงใหลและโปรดปรานยิ่งนัก ค่ายกลยิ่งยากก็ยิ่งดีเพราะเขาอยากจะพิสูจน์ว่าตนเองสามารถทำลายค่ายกลได้ทุกชนิด ครั้นรถม้าเริ่มวิ่งลดเลี้ยวคุณชายจอมเสเพลแห่งเมืองหลวงก็เริ่มสังเกตสิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างรถม้าเพื่อหาจุดสังเกตของค่ายกลในทันที ไม่ว่าค่ายกลจะพิสดารเพียงใดก็ย่อมมี “เบาะแส” เชื่อมโยงไปถึงจุดศูนย์กลางของค่ายกลทั้งนั้นที่นี่เป็นป่าทึบที่มีต้นไม้น้อยใหญ่รกครึ้ม รถม้าวิ่งผ่านบางช่วงที่ถนนเลียบข้างทะเลสาบใหญ่ น่าแปลกที่ถนนดูเหมือนจะมีการเข้าออกอยู่บ่อยครั้ง แม้จะไม่มีผู้ใดเดินทางสวนมาตลอดสองเค่อที่เขาตื่นขึ้น ทว่าดูจากความขรุขระของถนนดูเหมือนจะมีเพียงรถม้าและม้าวิ่งสัญจรเท่านั้น“ท่านผู้คุมกฎที่ท่านว่าคงจะเชี่ยวชาญค่ายกลนักมองไปด้านหลังกลับไม่เห็นถนนทางออก”ประมุขเถียนพยักหน้า “เขาคือหนึ่งในจอมยุทธ์ฝ่ายอธรรมที่เชี่ยวชาญการวางค่ายกลฉายากุญแจนรก”จินวั่งซู่ดวงตาวาวโรจน์ ชื่อนี้เขาเคยอ่านพบในหนังสือที่สอนค่ายกล เจ้าของฉายากุญแจนรกว่ากันว่าหากตั้งค่ายกลให้กับสถานที่ใด หากเขาไม่ช