จากประสบการณ์ในการลักลอบชิงตัวคน จงจิ้นหูรู้สึกเอะใจที่จวนตระกูลจูดูมีเวรยามน้อยจนผิดปกติทว่าเขาไม่มีเวลาได้สงสัยนานเมื่อได้ยินเสียงนักคุ้มภัยสองคนเดินตรวจตรามาอีกรอบ“ข้าสงสัยว่าคืนนี้น่าจะมีเรื่อง”“จะมีเรื่องได้อย่างไร? หัวหน้าเราวางกับดักเอาไว้แล้ว รับรองว่าผู้ใดกล้าลอบเข้ามาต้องถูกจับได้อย่างแน่นอน”จอมยุทธ์สองคนที่เหลือบเห็นเงาลอยข้ามกำแพงแสร้งคุยกันเสียงดัง“ฮูหยินเข้านอนไปแล้วนี่นา เราเดินตรวจอีกรอบแล้วไปนั่งจิบชาที่ศาลากันดีกว่า ค่อยเดินมาตรวจอีกครึ่งชั่วยามหน้า”“ดีเหมือนกันข้าเมื่อยขาแล้ว”คนทั้งสองกุมกระบี่ระแวดระวังตัวแต่ก็ไม่วายทำตามที่หัวหน้าสวีสั่งให้ครบถ้วนนั่นคือการยั่วยุให้คนร้ายรู้ว่าพวกตัวได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างดีทั้งๆ ที่ถอดเวรยามออกไปเจ็ดแปดคน ครั้นคนทั้งสองเดินผ่านไป จงจิ้นหูก็รีบทะยานเข้าไปแอบอยู่ผนังเรือน“เจ้าดูสิ…คนร้ายระวังตัวอย่างมาก น่าเสียดายที่ฮูหยินดูท่าจะร่างใหญ่กว่าปกตินิดหน่อยคงต้องออกแรงแบกมากเทียว” จูจิ้นติ้งยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงร่างที่หนากว่าภรรยาของตนบนเตียง“ท่านเตรียมตัวไว้เถอะวิทยายุทธ์ของคนผู้นี้ร้ายกาจจริงดังที่คุณชายจิน บอกไว้ เกรงเราจะติดตามเขาไม่ทัน” สวีเหยียนเล่อรีบเอ่ยเตือน จินวั่งซู่บอกว่าวิชาตัวเบาคนผู้นี้ร้ายกาจนัก เขาเคยได้ยินมาว่าในเมืองหลวงวิชาตัวเบาของจินวั่งซู่นับว่า ดีเยี่ยมยากจะหาผู้เทียมได้“อืม…ข้าต้องติดตามช่วยฮูหยินและหมอน เ