ตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นป่าผืนใหญ่ของแคว้นรถม้าคันนั้นกลับลับหายไปกับตา“ไม่ได้การ…พวกเขาวางค่ายกลเอาไว้” สวีเหยียนเล่อเห็นภาพตรงหน้าก็รีบหันไปบอกจูจิ้นติ้ง ในเมื่อคลาดกับรถม้าแล้ว ทั้งสองจึงได้ถอยหลังออกไปตั้งหลัก“รอให้อู๋กงกงกับขันทีเซิ่งออกมาจากวังหลวงเสียก่อนเถอะ” องครักษ์จูรีบส่งพิราบสื่อสารกลับไปบอกหู่ซิ่นสือในทันที คืนนั้นพวกเขาและผู้ติดตามจึงไปพักไปบ้านร้างไม่ไกลนัก เพื่อรอคำตอบจากทางวังหลวงขันทีเซิ่งติดตามอู๋กงกงออกไปเยี่ยมบ้าน รถม้าคันใหญ่มารับขันทีทั้งสองออกจากหน้าวังหลวง แต่พอไปใกล้จะถึงประตูเมือง อู๋กงกงกลับพาขันทีเซิ่งเข้าไปยังโรงเตี๊ยมเพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย“เส้นทางจากนี้เจ้ากับข้าต้องแต่งกายให้รัดกุมเพราะอาจจะต้องเข้าป่า”ขันทีเซิ่งเบิกตาเล็กน้อย “เราต้องเข้าป่าด้วยหรือท่านกงกง?”“ใช่! เป็นเส้นทางที่ไม่มีผู้ใดเคยเข้าไปถึงและกลับออกมาเองไม่ได้หากข้ามิได้พาเข้าไป”อู๋กงกงเปลี่ยนรถม้าให้คล้ายพวกพ่อค้าวานิชที่เดินทางเข้าออกจากเมืองเป็นประจำ เมื่อรถออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ไม่นานก็จอดที่ข้างทาง พลันชายฉกรรจ์อาวุธครบมือก็ขี่ม้าออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้างร่วมสิบคน“นั่นผู้ใดหรือ?”“ไม่ต้องตกใจคนของข้าเอง พวกเขาจะอารักขาเราไปถึงจุดหมายโดยปลอดภัย ในเมื่อเจ้าสมัครใจจะเป็นคนของข้าแล้วไม่ต้องกลัวสิ่งใด จะนอนหลับไปเลยก็ได้ถึงปลายทางแล้วข้าจะปลุกเจ้าเอง”