แสร้งเอาแขนเสื้อปิดหน้าทำตัวโยนคล้ายกำลังสะอื้นเล็กน้อย จงจิ้นหูเห็นดังนั้นก็หัวเสียรีบกราชากแขนนางให้ลุกขึ้น “ไปได้แล้วอย่ามัวพิรี้พิไร”เมื่อทั้งสองขึ้นไปบนรถม้า จูจิ้นติ้งกับสวีเหยียนเล่อที่ซุ่มรออยู่ไม่ไกลก็ส่งสัญญาณให้คนของคนตามไปห่างๆ รถม้าวิ่งเร็วจนองครักษ์เติ้งเกรงจะมีผู้ติดตามมาไม่ทัน“โอ๊ย!” ร่างนางคุดคู้ลง“เจ้าเป็นอันใดอีก?” ชายชุดดำปิดบังใบหน้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ มีสีหน้าหงุดหงิด“ข้าปวดท้องน่ะสิ รถม้ากระแทกกระทั้นเช่นนี้ทำให้ครรภ์ข้ากระทบกระเทือน หากขับเร็วเช่นนี้ต่อไปข้าคงตกเลือดตายอยู่บนรถม้านี่ล่ะ”จงจิ้นหูได้ยินเช่นนี้ก็รีบร้องสั่งคนขับรถม้าให้รถความเร็ว ถึงอย่างไรคำสั่งก็คือต้องรักษาชีวิตนางเอาไว้ต่อรองกับจูจิ้นติ้ง เมื่อรถม้าเริ่มแล่นช้าลงเติ้งเฉินฟู่จึงลดเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดลงเหลือเพียงท่าทางกุมท้องไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง“แค่นี้ก็ดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่?”นางทำทีพิงหลังแล้วพยักหน้า “วิ่งแค่นี้ก็พอได้”รถม้าพานางเดินทางครึ่งค่อนวัน เติ้งเฉินฟู่แสร้งแหวกหน้าต่างออกไปเพื่อจะอาเจียนทำเอาจงจิ้นหูร้องโวยวาย“จะ จอดรถม้าก่อน ให้นางออกไปอาเจียนข้างนอกประเดี๋ยวเลอะรถหมด”เติ้งเฉินฟู่อยากรู้ว่าคนพวกนี้พาคนไปทิศทางใดจึงทำทีเวียนศีรษะจะอาเจียนอยู่สองสามครั้งเพื่อจะได้ชะโงกหน้าออกไปดูทิศการเดินทาง เป็นจังหวะดีที่ทำให้ จูจิ้นติ้งกับสวีเหยียนเล่อตามมาได้ทัน ทว่าเมื่อถึงป่าทิศตะวัน