”ฮ่องเต้ทรงรีบหันไปสั่งให้ทุกคนออกไปให้หมดดวงตาของนางดูปริวิตก“มีเรื่องอันใด?”“อู๋กงกงผู้นี้เป็นตัวปลอมเพคะ”“เจ้ารู้แล้วหรือ?”หงซือซือทำหน้าฉงน “ท่านก็รู้หรือ?”“เมื่อครู่หู่ซิ่นสือเพิ่งบอกข้า อู๋กงกงอาจจะเป็นคนของสำนักมืออสูร มีคนเห็นชายชุดดำลอบเข้าไปพูดคุยในเรือนพักของเขา”“เราคงต้องส่งคนที่ไว้ใจได้ไปสืบเจ้าค่ะ”ฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้จินวั่งซู่เข้าวังมากลางดึกโดยมิให้ผู้ใดรู้เห็นก่อนจะส่งหู่ซิ่นสือไปลอบจับขันทีเซิ่งไปขังไว้“ข้าจะให้เจ้าเป็นขันทีเซิ่งไปล้วงความลับ” หงซือซือยิ้มน้อยๆ เมื่อทำหน้ากากหนังมนุษย์ให้กับจินวั่งซู่ไม่ถึงครึ่งชั่วยามเขาก็กลายเป็นขันทีเซิ่ง คุณชายจินถึงกับร้องอุทานด้วยความอัศจรรย์ใจ“ที่แท้พระองค์ก็ทรงเป็นเซียนพันหน้าตัวจริง”หงซือซือเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ “นั่นคือฉายาที่เหล่าจอมยุทธ์ตั้งหลายตั้งให้ครอบครัวของข้า”“ครอบครัวของท่าน? พวกท่านแปลงโฉมกันได้ทั้งครอบครัวหรือพะยะค่ะ?”“ถูกต้อง!”จินวั่งซู่ถึงกับตกตะลึง หลังจากกลับมาจากแคว้นผิงเขาก็ได้อ่านตำนานของเซียนพันหน้า ทว่ากลับได้เห็นข้อมูลเพียงหน้ากระดาษเดียว ยามนี้กลับได้พบกับตัวจริง ซ ้ายังแปลงโฉมเขาให้กลายเป็นขันทีไปเสียด้วย“กระหม่อมจะทำอย่างสุดความสามารถ พะยะค่ะ”“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะทำได้สำเร็จ จึงให้คนไปเรียกเจ้ามา” ฮ่องเต้ทรงสำทับ “งานนี้ต้องระวังให้มาก ข้าสงสัยว่าอู๋กงกงอาจจะเป็นผู้ที่มีความสำคัญยิ่งในสำนักมืออสูรข้าต้อ