งการจับประมุขของพวกเขามาตัดหัว เราจึงต้องหาวิธีสืบหาที่ตั้งใหม่ในแคว้น หมิงของพวกเขาให้ได้”“พะยะค่ะ”“ดีที่พวกเขาเข้ามาแคว้นหมิงเอง ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงออกไปตามหาให้ยากลำบาก ครั้งนี้ต้องกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก”บ่ายวันนั้นชินอ๋องก็ถูกเชิญเข้าวังหลวง สองพี่น้องปิดห้องทรงพระอักษรปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด ครั้นชินอ๋องเสด็จกลับวังสามพยัคฆ์ หมิงเฟยหลงก็ทรงเรียกหาองครักษ์เสื้อแพรเพื่อสั่งการให้เพิ่มความระมัดระวังรอบพระองค์ให้มากขึ้น แต่ทรงสั่งให้องครักษ์เติ้งเฉินฟู่รอพระองค์อยู่ตามลำพังก่อนสั่งการให้อีกฝ่ายไปคอยดูแลความปลอดภัยของขันทีก่วน“คนผู้นี้อาจจะถูกปองร้ายได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเจ้าจงไปคอยติดตามดูแลให้ดี”“พะยะค่ะ”หมิงเฉินหลงยังไม่ทรงไว้วางพระทัย ทรงสั่งให้องครักษ์เงาอีกสี่คนไปติดตามดูแลองค์หญิงหมิงซีหลิวที่ตำหนักของฮองไทเฮา“หากยังทำลายสำนักมืออสูรไม่ได้คงยากจะไว้วางใจ”ส่วนหงซือซือนางก็ส่งข่าวออกไปให้หงอี้เทียนผู้เป็นพี่ชายคอยสืบข่าวใน เมืองหลวงอย่างเข้มข้น การมาตั้งฐานกำลังใหม่ที่แคว้นหมิงแน่นอนว่าสำนักมืออสูรย่อมมีเป้าหมายที่ชีวิตของฮ่องเต้อย่างไม่ต้องสงสัยจินวั่งซู่สุดแสนภาคภูมิใจกับภารกิจที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยให้ตนเป็นสายสืบจึงพยายามเลียนแบบท่าทางของเหล่าขันทีที่ดูสุภาพเรียบร้อย แม้จะไม่ดูนุ่มนิ่มอย่างเหล่านางกำนัล ทว่าพวกเขากลับดูนุ่มนวลอย่างน่าแปลก“ขันทีเซิ่ง เจ้ามาทางนี้”