็นไร น้องๆ เจ้ากินคนละสองชิ้นก็น่าจะอิ่มแล้ว”องค์หญิงรีบพยักหน้าโดยที่ยังไม่เอาหูที่แนบกับพระครรภ์ออก “เช่นนั้นก็ได้เพคะ”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรพระธิดาด้วยความเอ็นดูหมิงซีหลิวเป็นเด็กที่จิตใจดีนักพระองค์หวังว่านางจะมีความสุขและแวดล้อมไปด้วยความรักเช่นนี้จนเติบใหญ่บัดนี้วังหลังของพระองค์ก็ฮองเฮาอันเป็นที่รักที่จะให้กำเนิดบุตรอีกสามคน ช่างเป็นช่วงชีวิตที่หมิงเฟยหลงทรงยิ้มได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องระแวดระวังกับสตรีที่ร่วมเรียงเคียงหมอนอีก เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ค้างคาในพระทัย….นักฆ่าพวกนั้น!ขันทีก่วนยิ้มน้อยๆ เมื่อองค์หญิงหันมารับสั่งกับตนให้เอาจานเกี๊ยวนึ่งที่อยู่ห่างพระหัตถ์ของพระองค์มาใกล้ฮองเฮา“องค์หญิงเสวยหมั่นโถไหมพะยะค่ะ?”“ก็ดีเหมือนกัน เจ้าหยิบให้ข้าที”“พะยะค่ะ”ก่วนหย่งฟูนับว่าเป็นขันทีเพียงผู้เดียวที่ได้รับความโปรดปรานจาก องค์หญิงหมิงซีหลิว ทุกครั้งที่องค์หญิงเสด็จมายังตำหนักเป่าฉีหรือได้พบกับเสด็จพ่อเสด็จแม่โดยมีขบวนขันทีและนางกำนัลตามเสด็จองค์หญิงมักจะเรียกขานให้ขันทีก่วนเข้าไปยืนอยู่ใกล้ๆคอยรับใช้ ก่วนหย่งฟูเองก็รู้สึกรักและชื่นชมในตัวองค์หญิงเช่นกัน จึงคอยทำของเล่นอย่างที่เขาเคยเห็นในวัยเด็กถวายอยู่บ่อยครั้ง“ขันทีก่วน ว่าวตัวใหญ่ที่เจ้าว่าจะทำให้ข้าเสร็จหรือยัง?”ก่วนหย่งฟูมัวแต่วิตกกังวลเรื่องของอู๋กงกงจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท“กระ กระหม่อม ยังทำให้ไม่เสร็จพะยะค่ะ”“แค่ถามเฉยๆ เหตุ