ใดเจ้าต้องตกใจจนหน้าซีดเช่นนั้น?”“กระหม่อมเกรงว่าพระองค์จะเสียพระทัย พะยะค่ะ”องค์หญิงน้อยทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “หรือว่าจะให้เสด็จพ่อลงโทษเจ้าดี?”ก่วนหย่งฟูได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนเข่าอ่อนทรุดลงคุกเข่า “พระอาญามิพ้นเกล้า กระหม่อมขึ้นโครงเอาไว้แล้วพะยะค่ะเหลือเพียงกรุกระดาษก็เสร็จแล้ว ขอเวลาให้กระหม่อมสักคืนเถิด”เสียงน้อยๆ ขององค์หญิงหมิงซีหลิวทำเอาฮ่องเต้ทรงยิ้ม “ฮ่าๆ ข้าล้อเจ้าเล่นเฉยๆ ขันทีก่วน แค่ว่าวยังไม่เสร็จจะโกรธเจ้าได้อย่างไรกัน? แค่เจ้ายอมทำให้ข้า ข้าก็ ดีใจมากแล้ว”“หลิวเอ๋อร์เจ้าก็ล้อเสียจนขันทีก่วนแข้งขาอ่อนไปหมดแล้ว ดีนะไม่ตกใจตายในตำหนักเป่าฉี” ฮองเฮาเองก็ทรงอดยิ้มมิได้เมื่อเห็นขันทีกลัวการคาดโทษเมื่อเสวยเสร็จ ฮ่องเต้ทรงชวนฮองเฮาและพระธิดาไปเดินเล่นในอุทยานหลวง วันนี้ไม่มีปราชุมในท้องพระโรงพระองค์จึงพอจะมีเวลาว่าง หลังจากไม่ต้องวุ่นวายกับการจัดลำดับเยี่ยมเยือนตำหนักพระสนมต่างๆ ฮ่องเต้รู้สึกว่าพระองค์มีเวลามากขึ้น ยามเช้าตรู่ทรงตื่นขึ้นมาซ้อมอาวุธเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงจากนั้นก็รอร่วมโต๊ะเสวยพระกระยาหารเช้าร่วมกับคนในครอบครัว ยามสายว่าราชการหรือไม่ก็ตรวจฎีกาบ่ายมาคุยราชกิจกับขุนนาง เสร็จแล้วก็อ่านหนังสืออยู่เป็นเพื่อนกับซือซือและมังกรน้อยในครรภ์โดยมีพระธิดาองค์น้อยมาป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ห่างขันทีก่วนลอบมองดูอู๋กงกงที่หรี่ตามองภาพทั้งสามพระองค์เบื้องหน้าด้วยความหวั่นใจ บ่ายนั้นชิน