งอย่างแนบนสนิท “ข้าจะปกป้องเจ้าและลูกด้วยชีวิตซือซือ”“พวกเราจะมีความสุขด้วยกันเจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นจูบปลายคางพระสวามีจวบจนรถม้าเดินทางไปใกล้จะถึงเมืองหลวงหมิงเฟยหลงทรงกระซิบ หงอี้เทียนให้รู้ว่าพวกเขายังไม่อาจเข้าวังหลวงในทันที“ข้ากับซือซือพบตำแหน่งที่ตั้งของขุมทรัพย์พระบิดาแล้ว”“ที่ใดกัน?”“วัดพระโพธิสัตว์อำเภอเฉิน”“ฝ่าบาท คิดจะเปิดขุมทรัพย์ก่อนหรือพะยะค่ะ”“เราเตรียมคนมามากพอที่จะคุ้มกันหากพบขุมทรัพย์จริง ซือซือก็ท้องโตขึ้นมากแล้วถือโอกาสเปิดขุมทรัพย์ดูยามนี้ข้าจะได้สบายใจ”“เช่นนั้นก็ควรลงมือ” หงอี้เทียนพยักหน้าเห็นด้วย เพราะรู้ว่าน้องสาวของตนก็คงไม่ยอมให้ฮ่องเต้ออกจากวังหลวงมาเพียงลำพังคนทั้งหมดจึงเหมาโรงเตี๊ยมในอำเภอเฉิน นอนพักผ่อนรอให้ฟ้าสางจึงเดินทางไปยังวัดพระโพธิสัตว์อีกครั้ง ผู้ติดตามมาใหม่จึงได้มีโอกาสเห็นการเกิดจุดเปิดของขุมทรัพย์ องครักษ์หู่เป็นผู้ได้รับคำสั่งในการเก็บกระจกนั้นไว้“ติดกระจกเข้าที่เดิม” หมิงเฟยหลงทรงรับสั่ง หู่ซิ่นสือจึงกระโจนด้วยพลังตัวขึ้นไปติดกระจกไว้ที่เดิมยามแสงในยามเช้าส่องเข้ากับกระจกที่ศาลาแล้วสาดลงพื้นให้เห็นตำแหน่งหมุดหมาย“งัดหมุดนั้นสิ!” หงซือซือที่เดินมาถึงตำแหน่งหมุดหมายบนพื้นรีบชี้ จินวั่งซู่กับหงอี้เทียนจึงใช้ชะแลงที่เตรียมมางัดหมุดโลหะนั้นขึ้น พลันปรากฏช่องพอดีสำหรับใส่ตรากระเรียนทองคำ“นี่มัน….” ฮ่องเต้หมิงเฟยหลงก้มลงมอง “ที่แท้มีช่องพอดีสำ