หรับใส่ของสิ่งนี้” ชายร่างใหญ่จึงหันไปหาหงอี้เทียน “เอาตรากระเรียนทองคำมาเถิด”หงอี้เทียนผู้รับอาสาดูแลตรากระเรียนทองคำจึงนำมันหย่อนลงไปตรงช่องนั้นพอดี พื้นที่พวกเขาอยู่เกิดการสั่นสะเทือน“ถอยออกจากตรงนี้ให้หมด!” เสียงหงซือซือร้องลั่น หมิงเฟยหลงทรงประคองนางคนละข้างกับหงอี้เทียนก่อนจะใช้กำลังภายในประคองนางออกจากพื้นที่สั่นไหว ทุกคนถอยออกไปมองอยู่ห่างๆ ลานกว้างเมื่อครู่เกิดการขยับตัวรุนแรง แผ่นพื้นลานหน้าวัดแบ่งเป็นสี่เหลี่ยมสี่ส่วนใหญ่ สองส่วนตรงกลางแยกออกจากกันคล้ายประตูลับ ปรากฏบันไดอิฐเป็นทางลงไปด้านล่าง“พวกเจ้าลงไปดูที!” ฮ่องเต้ร้องสั่ง “ระวังกลไกลับด้วย อาจจะมีอาวุธ”หู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งในฐานะองครักษ์เสื้อแพรประจำพระองค์รับอาสาลงไปนำหน้า“ฝ่าบาท เคยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาวุธลับหรือกลไกหรือไม่พะยะค่ะ?”หมิงเฟยหลงทรงทบทวนความทรงจำ “ข้าไม่เคยได้ยินว่าขุมทรัพย์พระบิดาทำกลไกซ่อนอาวุธไว้ แต่เราก็อย่าได้ประมาท องครักษ์หู่เจ้านำโล่ไปด้วยจะดีกว่า”หู่ซิ่นสือจึงนำโล่โลหะจากรถม้าด้านหลังมาแจกจ่ายองครักษ์หลายคนก่อนจะเดินนำหน้าพร้อมคบไฟลงไปในโพรงนั้นแสงไฟวาววามทำให้มองเห็นว่าทางเดินนั้นวนอยู่เพียงชั้นเดียวก็ถึงห้องโถงหนึ่ง ที่มีหีบใหญ่วางเรียงอยู่ตรงกลางห้อง ฝุ่นจับหนาเกรอะกรังบนหีบทุกใบหยากไย่และแมงมุมวิ่งให้พล่าน ความชื้นตามผนังทำให้หลายคนจามออกมา“พวกเจ้าระวังอาวุธรอบด้าน!” หู่ซิ่นสือที่ก้าว