ัก แต่แบบนี้ง่าย”“อย่างไรหรือคุณชายจิน?” หู่ซิ่นสือนึกฉงนมองเห็นอยู่ว่าอันตรายอย่างยิ่งแท้ๆ แต่จินวั่งซู่กลับบอกว่าแก้ไขง่ายดาย“เราต้องหาสิ่งของโยนเข้าไปใส่หีบจนกว่าอาวุธพวกนั้นจะหล่นลงมาหมด ต่อไปเราก็ขนหีบได้เองเพราะอาวุธที่ติดตั้งไว้ย่อมมีวันหมด”“อ้อ…..” หู่ซิ่นสือพยักหน้าน้อยๆ รีบหันไปสั่งให้องครักษ์ทั้งหมดออกไปเก็บเอากิ่งไม้ใหญ่ฟันเป็นท่อนๆ ลงมาคนละหอบ เหล่าองครักษ์ด้านหลังรับคำแล้วสั่งการกันต่อไป ไม่นานนักก็มีคนกลุ่มแรกหอบท่อนไม้เต็มอ้อมแขนลงมา“หัวหน้าหู่นี่ขอรับ”“ดี…ส่งให้คุณชายจิน”จินวั่งซู่อมยิ้มแล้วขว้างท่อนไม้ออกไปให้ชนฝาหีบทีละใบ แผงหอกตกลงมาใกล้ตำแหน่งที่ท่อนไม้ถูกหีบ เมื่อขว้างจนครบทุกหีบแล้ว เขาก็วนกลับมาขว้างหีบใบเดิมที่หู่ซิ่นสือขว้างปลอกมีดไปโดนอีกครั้งหนึ่งแผงหอกก็ยังคงหล่นลงมาอีกสองแผง“ทำไมยังมีอาวุธอยู่อีกเล่า?”คุณชายจินยิ้มกริ่ม “เจ้าทายดูสิว่า แผงหอกพวกนี้จะซ่อนไว้ได้กี่อัน?”หู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งมีความคิดเห็นแตกต่างกัน“ดูจากเพดานแล้วไม่น่าจะมีเกินร้อยแผง” จูจิ้นติ้งรีบชิงตอบ“หากบนเพดานหมดแต่บนผนังถูกเปิดออกมาแทนเล่า?” หู่ซิ่นสือรีบตั้งคำถามเพราะเขาคิดว่าผนังก็น่าจะซ่อนอาวุธลับเอาไว้“ท่อนไม้พวกเจ้ามีเยอะแยะนี่ มันจะหมดไม่เป็นก็ให้รู้ไป ใครมันจะมีอาวุธเยอะแยะนักหนา” จินวั่งซู่ยิ้มเยาะๆ