สีหน้าของฝูจินหรงซีดลง “ไม่จริง! ข้าสั่งพวกเขาเคลื่อนทัพเข้าเมืองหลวงมาแล้ว”ราชครูหมิงเชิดหน้าเย่อหยิ่ง “ใช่! พวกเขาเคลื่อนทัพเข้ามาแล้ว แต่มิได้มาเพื่อช่วยจิ้งจอกเฒ่าอย่างเจ้าแม่ทัพถงมาเพื่อปกป้องฮ่องเต้ต่างหาก”“ข้าไม่เชื่อ!” เสียงตวาดของใต้เท้าฝูดังก้อง ทำเอาขุนนางที่ยืนละล้าละลังอยู่ในงานเลี้ยงล้วนแล้วแต่ทำตัวไม่ถูกว่าจะเชื่อผู้ใดดี?ฝูจินหรงเห็นผู้คนกำลังตกอยู่ในความลังเลก็หันไปคว้ากระบี่จากฝักของฝูหยางออกมาแทงไปที่แขนของโจวอ๋องหนึ่งครั้ง“อ๊าก!” เสียงท่านอ๋องหนุ่มร้องลั่น เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกจากต้นแขน“ผู้ใดยังยืนอยู่ข้างซ้ายข้าจะตัดหัวเดี๋ยวนี้!”เท่านั้นเองคนกว่าครึ่งที่รักตัวกลัวตายก็รีบกรูกันไปยืนอยู่ข้างขวามือของใต้เท้าฝูทันที เหลือคนอีกส่วนหนึ่งไว้ด้านซ้ายมือ“ข้าเชื่อมั่นในราชครูหมิง หากกองทัพใต้กับกองทัพภาคกลางไม่เข้าข้างท่านจริง ทหารในวังหลวงกับมือปราบที่ท่านมีก็คงสู้กับแม่ทัพถงมิได้ดอก” ขุนนางกรมพิธีการผู้หนึ่งร้องออกมา“จับโจวเฟิงกับราชครูหมิงออกมาให้ข้า!” ฝูจินหรงโมโหจนหน้าแดง ดวงตาจ้องมองราชครูหมิงเขม็งแต่ก่อนมีเพียงฮ่องเต้ที่เป็นอุปสรรคยามนี้กลับเพิ่มราชครูหมิงเข้าไปด้วยอีกคน ทำให้การเกลี้ยกล่อมเหล่าขุนนางยากขึ้น“ข้าจะตัดหัวคนผู้นี้ด้วยตนเอง”เหล่าทหารวังหลวงลิ่วล้อของฝูจินหรงล้อมแท่นด้านบนเอาไว้“อารักขาฝ่าบาท!” จงหลวนชุนตะโกนเสียงดังเติ้งเฉินฟุ่องครักษ์ฝีมือดีอีกคนก