าจและกำลังทหารเท่านั้นพะยะค่ะ ยามนี้พระองค์กับโจวชุ่นมีสิ่งใด? ขุนนางในการปกครองก็ไม่มี กำลังทางการทหารก็ไม่มี หม่อมฉันอาจจะเมตตามอบตำหนักให้พระองค์ทั้งสองอยู่อาศัยได้ตราบสิ้นอายุขัยหากไม่คิดจะขัดขวาง” แววตาของจิ้งจอกเฒ่ากลอกกลิ้งไปมา ฝูหยางหัวหน้ามือปราบเมืองหลวงพร้อมมือปราบอีกสี่นายเดินเข้ามาประกบด้านหลัง“นี่เจ้า…เตรียมคนไว้หมดแล้ว!”“พะยะค่ะ ทหารในวังหลวงเกือบทั้งหมดกลายเป็นคนของหม่อมฉัน”ฮองไทเฮากวาดสายพระเนตรไปด้านหลังพวกมือปราบกลับเจอทหารวังหลวงยืนเตรียมพร้อมอยู่อีกหลายสิบนาย“ทหารเข้ามานี่!” พระองค์ทรงร้องสั่ง ทว่ากลับไม่มีทหารคนใดขยับตัว“พวกเขาเชื่อฟังหม่อมฉันพะยะค่ะ จงอย่าได้พยายาม” ฝูจินหรงหันไปร้องสั่ง “พวกเจ้าควบคุมฮองไทเฮาไว้ อย่าให้พระองค์คลาดสายตา”หัวหน้าทหารกลุ่มนั้นค้อมศีรษะรับคำสั่ง “ขอรับใต้เท้าฝู!”“พะ พวกเจ้า….คิดจะเป็นกบฏงั้นหรือ?”“ขออภัยฮองไทเฮา อีกไม่นานพวกเราก็จะมีฮ่องเต้พระองค์ใหม่แล้ว เห็นทีต้องรบกวนพระองค์ทรงอยู่นิ่งๆ ตามที่ใต้เท้าฝูสั่งพะยะค่ะ”ฮองไทเฮาสะบัดพระพักตร์ เมื่อเห็นโจวอ๋องพระโอรสสุดที่รักของตนถูกควบคุมตัวเข้ามาโดยทหารแปดนาย“ท่านอ๋องโปรดให้ความร่วมมือกับกระหม่อมด้วยจนกว่าเรื่องข้างในจะเรียบร้อย พระองค์ทั้งสองจะปลอดภัย”ราชครูหมิงเองก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเช่นกันเมื่อเห็นพลุสัญญาณถูกจุดขึ้น สิ่งแรกที่เขาทำคือหันไปสังเกตอากัปกิริยาของใต้เท้าฝู ครั้นเห